ชมรมพัฒนาพันธุ์สุนัขบางแก้วจังหวัดระนอง
เลขที่ 96/1
หมู่ที่ 3 ต. บางนอน อ. เมือง จ. ระนอง
โทร. 077-826
227 โทรสาร 077-826 227 มือถือ
081-090-5045
การจัดตั้งชมรมฯและวัตถุที่ประสงค์
ชมรมนี้ใช้ชื่อว่า
ชมรมพัฒนาพันธุ์สุนัขบางแก้วจังหวัดระนอง
ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Thai bangkaew
dog club of Ranong
เว็บไซต์หลักของชมรมฯ http://www.bangkaewhotspring.com/
การจัดตั้งชมรม
เริ่มขึ้นเมื่อมีกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์ไทยบางแก้วในจังหวัดระนองได้มีความคิดเห็นร่วมกันว่าสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วนั้น
เป็นสุนัขพันธุ์หนึ่งของประเทศไทยซึ่งมีรูปร่างลักษณะและบุคลิกสวยงาม
รวมทั้งมีอุปนิสัยที่จงรักภักดีต่อผู้เป็นเจ้าของ ฉลาดปราดเปรียว กล้าหาญ
ค่อนข้างดุ สามารถฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งและฝึกใช้งานได้ ถิ่นกำเนิดบ้านบางแก้ว ตำบลท่านางงาม
อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก
ด้วยในสภาพปัจจุบันนั้นผู้คนส่วนใหญ่ที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์บางแก้วนั้น
ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสายพันธุ์และวิธีการเลี้ยงดู ตลอดจนถึงการบำรุงรักษา อาหาร
และการทำวัคซีนเพื่อป้องกันโรค
ดังนั้นกลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์บางแก้ว
จึงได้รวมตัวกันจัดตั้งขึ้นเป็นชมรม เพื่อดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสุนัขพันธุ์บางแก้วในด้านต่างๆ
ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในทุกๆด้านที่เกี่ยวกับสุนัขพันธุ์บางแก้ว
จัดทำทะเบียนตัวสุนัข จัดทำใบพันธุ์ประวัติของสุนัข รับแจ้งการผสมพันธุ์ ขึ้นทะเบียนลูกสุนัข
รับสมัคสมาชิกชมรมฯ
ส่งเสริมให้ความรู้แก่สมาชิกเพื่อการพัฒนาสุนัขที่ถูกต้องและเป็นไปในทางเดียวกัน
ส่งเสริมความรู้เพื่อพัฒนาอุปนิสัยลดความก้าวร้าวในสุนัข
พัฒนาสุนัขให้เข้ากับสังคมเพื่อให้นานาชาติยอมรับสุนัขบางแก้วในระดับสากลต่อไป
และจัดงานประกวดสุนัขเพื่อกระตุ้นการตื่นตัว เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูสุนัขให้ถูกต้อง
ลดปัญหาสุนัขจรจัด
ปลูกฝังค่านิยมในการรักสัตว์ พัฒนาจิตใจให้อ่อนโยนของเด็กและเยาวชนที่สนใจ รวมทั้งให้ความรู้และอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกผู้เลี้ยงสุนัขบางแก้วในภาคใต้
กลุ่มผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์บางแก้วในจังหวัดระนอง
ได้ประชุมกันและมีมติให้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารเพื่อดำเนินกิจการของชมรมฯเมื่อวันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2550
โดยให้สมาชิกที่มีรายชื่อต่อไปนี้เป็นผู้บริหารและดำเนินกิจการของชมรมฯ
มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ที่ประชุมได้มีมติให้
1. นาย พิทักษ์ ลักษณะโพธิ
ประธานชมรม
2. นาย ธิติวุฒิ สุขริยัญ
รองประธานชมรม
3. นาย สมพงศ์ ดำแดง
รองประธานชมรม
4. น.ส. กุลกัญยา สุวรรณ
เหรัญญิก
5. นาย พิชาญ อินทวิเศษ
กรรมการ
6. นาย ธวัชชัย บุญมา
กรรมการ
7. น.ส. สิริภา พรหมรัตน์
กรรมการ
8. น.ส. พรฤดี ลักษณะโพธิ
กรรมการ
9. นาง จุรีย์
จันทลึก
กรรมการ
10. นาง สมภพ ดำแดง
กรรมการ
11. นาย วิทวัส บุญญวงศ์
เลขานุการ/ประชาสัมพันธ์
ให้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการกิจการของชมรมฯจนครบตามเวลาที่ให้บริหารเท่ากับ 2 ปี หรือถึงวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553
จากนั้นให้มีการจัดประชุมสมาชิกของชมรมฯทั้งหมด
เพื่อทำการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชมรมซึ่งมีวาระการบริหารชมรมคราวละ 2
ปีต่อไป
กฎระเบียบและข้อบังคับ
ของชมรมพัฒนาพันธุ์สุนัขบางแก้ว จังหวัดระนอง
ข้อ 1
บุคคลทั่วไปที่เลี้ยงหรือสนใจในสุนัขพันธุ์บางแก้ว และมีอายุ 18
ปีขึ้นไป สามรถสมัครเป็นสมาชิก
ของชมรมฯได้โดยขอและยื่นใบสมัครที่เลขานุการชมรมฯ
ทั้งนี้มีค่าสมัครเป็นสมาชิกเป็นเงิน 100 บาท
1.1 สมาชิกมีสมาชิกภาพได้คราวละ 2 ปี เมื่อหมดอายุ
สมาชิกต้องต่ออายุโดยเสียค่าใช้จ่ายในการต่ออายุคราวละ 100 บาท
สมาชิกที่ขาดการต่ออายุจะถือว่าพ้นจากสภาพการเป็นสมาชิก
สมาชิกที่ขาดการต่ออายุจะสมัครเป็นสมาชิกได้ใหม่เมื่อใดก็ได้
1.2
สมาชิกมีสิทธิ์ได้รับข้อมูลข่าวสารของชมรมฯ
และเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมฯ
1.3 สมาชิกสามรถขอขึ้นทะเบียนตัวสุนัข
และแจ้งการผสมพันธุ์สุนัขต่อนายทะเบียนของชมรมฯ การขอขึ้นทะเบียนตัวสุนัข
สมาชิกจะต้องจ่ายเงินค่าขึ้นทะเบียนเป็นเงิน 100 บาท ต่อสุนัขหนึ่งตัว
1.4
สมาชิกสามารถขอใบรับรองพันธุ์ประวัติลูกสุนัขที่แจ้งผสมพันธุ์ถูกต้องจากชมรมฯได้
โดยสมาชิกต้องทำการฝังไมโครชิพที่ตัวสุนัขให้เรียบร้อยก่อนการขึ้นทะเบียนตัว และขอรับใบพันธ์ประวัติ
ค่ารับรองพันธุ์ประวัติ 50 บาท/ตัว
1.5
ชมรมฯขอสงวนสิทธิ์และงดเว้นการออกเอกสารรับรองใดๆ ในกรณีที่สมาชิกไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบว่าด้วยการฝังไมโครชิพในสุนัข
1.6 การผสมพันธุ์สุนัข
ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งประเทศไทย
ว่าด้วยเรื่องอายุของสุนัขที่จะผสมพันธุ์ โดยสุนัขเพศผู้ควรมีอายุ 18 เดือน ขึ้นไป
และสุนัขเพศเมียควรมีอายุตั้งแต่ 15 เดือนขึ้นไป
1.7 สมาชิกมีสิทธิเข้าร่วมการประชุม
เพื่อลงคะแนนในวาระต่างๆทีมีการแจ้งจากชมรมฯให้เข้าร่วมประชุม
1.8
สมาชิกหนึ่งคนมีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนเท่ากับหนึ่งเสียง และไม่สามรถออกเสียงแทนกันได้
1.9 ตำแหน่งตั้งแต่รองประธานชมรมฯ กรรมการ
เลขานุการ และอื่นๆที่จะมีในเวลาต่อมา ให้ประธานชมรมฯ เป็นผู้เลือก
และเสนอชื่อเพื่อให้สมาชิกลงคะแนนเลือกอีกครั้งจนได้ครบตามจำนวนที่ระบุไว้
หรือเพียงพอต่อการบริหารงานของชมรมฯ
1.10
สมาชิกสามรถร่วมกันเข้าชื่อเพื่อถอดถอนคณะกรรมการบริหารของชมรมฯได้
โดยจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด
ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนในชมรม
การขาดจากสมาชิกภาพ
ข้อ
2. สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ
2.1
ตาย
2.2
ลาออก
2.3
คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ
ข้อ
3. การลาออก ให้สมาชิกที่ประสงค์จะลาออกจากสมาชิกภาพ
แจ้งความจำนงเป็นหนังสือไปยังเลขานุการ
เมื่อเลขานุการได้รับหนังสือแจ้งความจำนงแล้ว ให้นำเสนอคณะกรรม -
การเพื่อพิจารณาโดยเร็ว
และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้วว่า สมาชิกดังกล่าวไม่มีพันธะหรือหนี้สินใด ๆ
ติดค้างชมรม ให้คณะกรรมการมีมติอนุมัติให้พ้นจากสมาชิกภาพ
ข้อ
4. คณะกรรมการอาจพิจารณาโดยมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพก็ได้
เมื่อสมาชิกนั้น
4.1
กระทำความผิดทางอาญา ต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่จะเป็นความผิดฐานลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
4.2
ประพฤติตนในทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อวัตถุประสงค์ของชมรม
หรือประพฤติตนในทางที่นำความเสื่อมเสียมาสู่ชมรมอย่างร้ายแรง
4.3
เป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
หรือเป็นคนที่เสมือนไร้ความสามารถ
4.4
มีหนี้สินใด ๆ ค้างชำระชมรมเป็นเวลา 2 ปีและเหรัญญิกได้มีหนังสือเตือนให้ชำระแล้วถึง 2 ครั้ง โดยการเตือนแต่ละครั้ง ให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน
ข้อ
5 เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่า สมาชิกผู้ใดพ้นจากสมาชิกภาพตามข้อ 3
ข้อ 4 และข้อ 5 แล้ว
ให้นายทะเบียนจำหน่ายชื่อสมาชิกนั้นออกจากทะเบียน
ข้อ
6 ผู้ที่ถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียน อาจยื่นคำร้องขอสมัครเป็นสมาชิกได้อีก
เมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียน
และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาคำร้องแล้ว มีมติไม่รับเป็นสมาชิก
ผู้นั้นอาจยื่นคำร้องขอสมัครเป็นสมาชิกได้อีกครั้งเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่กรรมการมีมติไม่รับ ถ้าคณะกรรมการพิจารณาแล้ว
มีมติไม่รับอีกเป็นครั้งที่ 2 ให้ผู้นั้นหมดสิทธิในการสมัครเป็นสมาชิกของชมรมตลอดไป
การพิจารณาคำร้องขอตามวรรคแรก
ให้ใช้มติเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของคณะกรรมการที่มาประชุม
และเมื่อคณะกรรมการมีมติเป็นประการใด ให้เลขานุการแจ้งเป็น
หนังสือให้ผู้ยื่นคำร้องขอทราบโดยเร็ว
อำนาจ
หน้าที่ของคณะกรรมการ
ข้อ
7 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
7.1
บริหารและควบคุมงานของชมรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ
ระเบียบ ประกาศ และมติของคณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่
7.2
ออกระเบียบ ประกาศ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ
มติของคณะกรรมการหรือที่ประชุมใหญ่
7.3
เชิญและแต่งตั้งบุคคลผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นผู้อุปถัมภ์หรือที่ปรึกษา
7.4
แต่งตั้งสมาชิกหรือบุคคลที่เหมาะสมเป็นคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน
หรือเจ้าหน้าที่ชมรม เพื่อปฏิบัติการใด ๆ ตามวัตถุประสงค์ของชมรม
7.5
กำหนดค่าตอบแทนให้แก่บุคคลที่ปฏิบัติงานให้ชมรมได้ตามที่เห็นสมควร
พิจารณารับหรือไม่รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก
และจำหน่ายชื่อสมาชิกออกจากทะเบียน
7.7
อนุมัติเงินค่าใช้จ่าย และเงินช่วยเหลือ ตามวัตถุประสงค์
หรือข้อบังคับของชมรม
7.8
อนุมัติเงินค่าใช้จ่ายในการประชุมคณะกรรมการ
หรือการประชุมใหญ่
7.9
ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของชมรม
ข้อ
8 ประธานชมรมเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ควบคุมการบริหารงานของชมรม
ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ มติของที่ประชุมใหญ่
และมติของที่ประชุมคณะ
กรรมการ
เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ เป็นผู้รักษาระเบียบการประชุม
และดำเนินการประชุมต่าง ๆ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ
ข้อ
9 ให้ประธานชมรมกำหนดวันประชุมคณะกรรมการ
เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับงานของชมรมเดือนละ 1 ครั้ง
เป็นอย่างน้อย เว้นแต่ คณะกรรมการจะกำหนดเป็นอย่างอื่นกรรมการชมรมจำนวนไม่น้อยกว่า
5 คน อาจร้องขอให้มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาข้อเสนอใด
ๆ ก็ได้และประธานชมรมจะต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการตามคำร้องขอภายใน 15
วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ
เว้นแต่กรณีเร่งด่วนการนัดประชุมคณะกรรมการ
ให้เลขานุการแจ้งให้กรรมการทราบล่วงหน้าเป็นหนังสืออย่างน้อย 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่กรณีเร่งด่วน
ข้อ
10 การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
จึงจะเป็นองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ โดยทั่วไป
ให้ถือเอาเสียงข้างมากของกรรมการที่มาประชุม
กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
สำหรับการรับ และการจำหน่ายชื่อสมาชิกออกจากทะเบียน
ให้ใช้คะแนนเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการที่มาประชุม การลงคะแนนเสียงในที่ประชุมคณะกรรมการนั้น
ให้กระทำโดยเปิดเผย เว้นแต่ กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คนจะร้องขอให้ลงคะแนนลับ
ข้อ
11 ให้ประธานชมรมเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ
ถ้าประธานชมรมมิอาจเข้าร่วมประชุมได้ ให้รองประธานชมรมคนที่ 1 หรือคนที่ 2 ตามลำดับ ทำหน้าที่เป็นประธานในที่
ประชุมแทน ถ้ารองประธานชมรมมิอาจเข้าร่วมประชุมได้อีก
ให้กรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมนั้น
การบริหารการเงิน
และบัญชี
ข้อ
12 เงินและทรัพย์สินของชมรม ได้มาจาก
12.1
ค่าลงทะเบียนสมัครเข้าเป็นสมาชิก
12.2
ค่าบำรุง
12.3
เงินอุดหนุนจากสมาชิก
12.4
เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่ชมรม
12.5
รายได้จากการจัดกิจกรรมของชมรม
12.6
เงินรายรับอื่น ๆ เช่น ดอกผล ดอกเบี้ย ฯลฯ
ที่คณะกรรมการเห็นสมควร
ข้อ
13 เงินค่าบำรุงของสมาชิก ให้ถือเป็นเงินทุนของชมรม ส่วนเงินอื่น ๆ
ให้ถือเป็นรายได้ของชมรม
ข้อ
14 การเก็บเงินของชมรม
ให้นำฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินซึ่งคณะกรรมการมีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า
2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บเงินสดได้ไม่เกิน 30,000 บาท
(สามหมื่นบาทถ้วน)
ข้อ
15 การใช้จ่ายเงินของชมรมจะต้องเป็นไปเพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ของชมรม
และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารทุกครั้ง
ข้อ
16 การเบิกจ่ายเงิน จะจ่ายเป็นเช็คหรือเงินสดก็ได้ การถอนเงินฝาก
หรือออกเช็คสั่งจ่าย ให้ประธานชมรม หรือรองประธานชมรมฝ่ายหนึ่ง และเหรัญญิก
หรือผู้ช่วยเหรัญญิก หรืออนุกรรมการฝ่ายการเงินอีกฝ่ายหนึ่ง
ลงนามร่วมกันสองคน
ข้อ
17 บรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค
ต้องใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค จะนำไปใช้เพื่อการอื่นไม่ได้
ทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรืออุทิศให้เป็นของชมรมนั้น
จะต้องมีทะเบียนและลงบัญชีเป็นทรัพย์สินของชมรมให้ถูกต้อง ทรัพย์สินดังกล่าวจะขาย
แลกเปลี่ยน หรือบริจาคให้ผู้อื่นมิได้
เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการ
ข้อ
18 หนังสือสัญญาหรือนิติกรรมใด ๆ
ที่ได้กระทำในนามของชมรมจะมีผลผูกพันชมรมก็ต่อเมื่อสัญญาหรือนิติกรรมนั้น ๆ
ไม่เป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ
และระเบียบต่างๆของชมรมและได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการประธานชมรมหรือกรรมการที่คณะกรรมการได้มอบหมายจะต้องลงลายมือชื่อพร้อมกับ
ประทับตราชมรมไว้เป็นสำคัญ
ข้อ19 ให้เหรัญญิกจัดให้มีสมุดบัญชีทางการเงินของชมรมพร้อมด้วยหลักฐานและใบสำคัญในการรับและจ่ายเงินให้ถูกต้องตามหลักวิชาการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป
ข้อ
20 ให้เหรัญญิก จัดทำรายงานแสดงยอดเงินคงเหลือและรายรับ -
รายจ่ายเงินของชมรมในงวดเดือนที่ล่วงมาแล้ว
เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการทุกครั้งที่มีการประชุม
ข้อ
21 ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเลือกตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
จากบุคคลที่มิใช่กรรมการของชมรมเป็นผู้สอบบัญชีของชมรม 1 คน
ให้คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนให้แก่ผู้สอบบัญชีได้ตามสมควร
ข้อ
22 ให้เหรัญญิกจัดทำบัญชีงบดุล ซึ่งผ่านการตรวจสอบ
และได้รับการรับรองจากผู้สอบบัญชีของชมรม
แล้วเสนอที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีต่อไป
รอบปีการบัญชี ให้สิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี
การประชุมใหญ่
ข้อ
23 ให้คณะกรรมการ จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญปีละหนึ่งครั้ง ภายในเดือน
ธันวาคม ตามวัน เวลา และสถานที่ซึ่งคณะกรรมการกำหนด เพื่อรับรองบัญชีงบดุลของชมรม
และพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของชมรม
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่คณะกรรมการครบวาระการดำรงตำแหน่ง
ให้จัดให้มีการเลือกตั้งประธานชมรมและกรรมการตามจำนวนที่กำหนดไว้
การประชุมใหญ่วิสามัญอาจมีขึ้นได้เมื่อ
23.1
คณะกรรมการมีมติโดยเสียงข้างมาก
ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่มาประชุมร้องขอ
23.2
สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 30 คน
ลงชื่อร้องขอเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการ โดยต้องระบุด้วยว่า
ประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใด เมื่อได้รับคำร้องขอดังกล่าว
ให้ประธานชมรมจัดให้มีการประชุมภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ
ข้อ
24 การประชุมใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมใหญ่สามัญหรือการประชุมใหญ่วิสามัญ
ให้เลขานุการแจ้งวันนัดประชุมให้สมาชิกทราบถึงวัน เวลา และสถานที่ประชุม
พร้อมกับส่งรายงานการประชุมและสิ่งที่จำเป็น เช่น งบดุล
และบัญชีรายละเอียดทางการเงินของชมรมประจำปี ก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7
วัน
ข้อ
25 ถ้าประธานชมรมและรองประธานชมรมไม่อยู่ในที่ประชุม
ให้สมาชิกสามัญเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ข้อ
26 ที่ประชุมใหญ่มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
26.1
เลือกตั้งประธานชมรม กรรมการชมรมตามข้อบังคับ และผู้สอบบัญชี
26.2
อนุมัติงบดุลและบัญชีการเงินทั้งปวงของชมรม
26.3
พิจารณาเรื่องใด ๆ ที่คณะกรรมการนำเสนอ
26.4
พิจารณาข้อเสนอแนะของสมาชิกที่ทำเป็นหนังสือแจ้งต่อเลขานุการก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า
10 วัน
26.5
พิจารณาถอดถอนกรรมการชมรมออกจากตำแหน่ง
26.6
แก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกข้อบังคับชมรม
26.7
พิจารณาเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของชมรมตามวัตถุประสงค์
และข้อบังคับของชมรม
ข้อ
27 การประชุมใหญ่สามัญ หรือวิสามัญ
ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 25 คน
จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมใหญ่ครั้งใด
ถ้าล่วงพ้นเวลานัดไปถึงหนึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่ครบองค์ประชุมตามที่กำหนดไว้
และการประชุมใหญ่นั้นได้เรียกประชุมตามคำร้องขอของสมาชิก ก็ให้งดการประชุม
แต่ถ้าเป็นการประชุมใหญ่ที่สมาชิกมิได้เป็นผู้ร้องขอ
ให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน
15 วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งหลังนี้
ไม่ต้องครบองค์ประชุมก็ได้
ข้อ
28 มติของที่ประชุม ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์
เว้นแต่กรณีที่กำหนดเสียงข้างมากไว้เป็นพิเศษโดยเฉพาะ
สมาชิกที่อยู่ในที่ประชุมคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
การออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกเป็นสิทธิเฉพาะตัว
จะมอบอำนาจให้สมาชิกผู้หนึ่งผู้ใดที่เข้าประชุมออกเสียงลงคะแนนแทนตนไม่ได้
ข้อ
29 การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ให้กระทำโดยเปิดเผย
เว้นแต่สมาชิกที่เข้าประชุมและมีสิทธิออกเสียงจำนวนเกินกว่า 1 ใน 3 จะร้องขอให้ลงคะแนนลับ
การแก้ไขข้อบังคับ
และการเลิกชมรม
ข้อ 30
การปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม
หรือยกเลิกข้อบังคับชมรมจะกระทำได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่สามัญหรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญ
ด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกที่มาประชุม
ข้อ 31 เมื่อชมรมต้องเลิกไปด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้บริจาค บรรดาทรัพย์สินต่าง ๆ ของชมรมนี้ เพื่อการกุศล และหรือช่วยเหลือเป็