มาว่ากันที่ คนเราคิดว่าโปรตีนเท่านั้นหรือที่หมาต้องการ แล้วอย่างอื่นละ... แล้วโปรตีนอย่าเข้าใจเพียงชื่อว่าคือโปรตีน แต่ขอให้ดูว่ามันคืออะไร มีความจำเป็นแค่ไหน และมันทำมาจากอะไร มาเข้าเรื่องกันครับ หนึ่งเลย เวลาเลือกอาหารควรเลือกที่อายุวันที่ผลิต ต้องเป็นอาหารใหม่และสด กลิ่นไม่เหม็นหื่นหรือเหม็นสาบ หลีกเลี่ยงดังนี้ มีสารเคมีเช่น Ethoxyquin BHA BHT Propylene Glycol สี รส กลิ่น ที่ปรุงแต่งแบบเทียมๆ มีกลิ่นฉุนจัด หรือเป็นมันเยิ้ม
ผลพลอยได้จากธัญพืชหรือแปง้ผลพลอยได้จากกากของพวกนี้มีวิตามินนิดเดียวจริงๆ ก็เพราะมันเป็นเพียงผลพลอยได้ เอาไว้เพิ่มปริมาณ มันเป็นสารที่ไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการ แล้วยังจะทำให้ระบบย่อยอาหารออกมาเป็นก้อนแข็งอีกตะหาก ...มันก็มีส่วนดีนะ เขามักบอกว่าเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง จริงๆแล้วมันเป็นสารที่ดูดซึมได้อยากและไม่มีคุณค่าที่แท้จริงเลย
โปรตีนจากกากถั่วเหลือง ว่ากันว่าหมามันไม่สามารถย่อยเจ้ากากถั่วนี่ได้เหมือนคนครับ มันไม่มีกรดอะมิโนบางตัวที่ใช้ย่อยได้เหมือนคน สารเติมเต็มประเภท เซลลูโลส -เซลลูโลสไฟเบอร์ จริงๆแล้วได้จากหนังสือพิมพ์เก่า ขี้เลื่อย กระดาษแข็งป่น เศษใบไม้แห้ง เปลือกถั่วบด ฯลฯ
ยีสต์ เป็นแหล่งวิตามิน B กรดอะมิโน และสารอาหารบางชนิด ทำให้อาหารมีรส สี และกลิ่นมากขึ้น เช่นน้ำที่ผ่านกระบวนการจากโรงงาน ถ้ากินมากไปเพราะกลิ่นชวนให้กิน จะเป็นอันตรายต่อตับและระบบย่อยอาหาร กากน้ำตาลก็เป็นอีกตัวที่นำมาผสมกับอาหารหมา เขาจะเขียนว่า ซูโครส .โมลาส
เจ้าตัวนี้ถือเป็นสารเติมเต็มที่ถูกมากและมีน้ำหนักดี....หมาจะชอบกิน และมันยังทำให้หมาอ้วนอีกต่างหาก เวลาให้หมากินแล้วดู บึ๊บบั๊บ ขึ้นรวดเร็ว บางคนชอบ แต่ควรสังวรไว้น้องหมาจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน แล้วอาหารที่ดีเป็นอย่างไร ....
มาต่อที่อาหารชั้นดีครับ จะต้องมีสารอาหารต่อไปนี้จ้า...
วิตามิน A ช่วยป้องกันโรค บำรุงสายตา
เบต้าแคโรทีน ช่วยการดูดซับวิตามิน A
วิตามิน B 1 เพิ่มพลังงานและบำรุงระบบประสาท
วิตามิน B 2 ช่วยในการย่อยไขมันและคาร์โบไฮเดรต
วิตามิน B 6 เสริมสร้างเซลล์ให้แข็งแรงและช่วยย่อยโปรตีน อันนี้สำคัญมากๆ
วิตามิน B 12 ช่วยดูดซับแคลเซียมและป้องกันโรค
วิตามิน D ช่วยดูดซับแคลเซียมและฟอสฟอรัส
วิตามิน E เป็นสารอนุมูลอิสระช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
ไนอาซิน ทำให้ระบบประสาทและผิวหนังดี ช่วยในการย่อย
กรดแพนโทเทนิก ช่วยลดสารพิษตกค้างในร่างกาย
กรดโฟลิก ช่วยล้าง DNA เอนไซม์ และเม็ดเลือด
โคลีน ช่วยระบบประสาทและการทำงานของตับ
อินนอสิตอล ลดไขมันตกค้างในตับ ลดคลอเลสเตอรอล ป้องกันโรคเบาหวาน
พาบา ป้องกันผิวหนังจากโรคมะเร็ง ทำให้ขนสีสวย
ไบโอติน ช่วยกระบวนการเผาผลาญพลังงาน กรดไขมันและกรดอะมิโน ทำให้ขนสวย
วิตามิน C ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ เพิ่มภูมิต้านทานโรค ภูมิแพ้ แบคทีเรีย ไวรัส และมะเร็ง
แคลเซียมเพื่อกระดูกฟัน โครงสร้าง และช่วยการทำงานของลำไส้ใหญ่
ฟอสฟอรัส ช่วยนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและคงสภาพความเป็นกรด/ด่าง และมีส่วนสำคัญในการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ
เหล็ก จะถูกนำโดยกระบวนการผสมกับทองแดงและโปรตีน กลายเป็นเม็ดเลือดแดง
แมงกานีส บำรุงสมอง ประสาท ลดความเจ็บปวด
สังกะสี ป้องกันและต่อต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดมะเร็ง และป้องกันโรคอื่นๆ
ไอโอดีน เป็นสิ่งจำเป็นในระบบการทำงานของต่อมไทรอยด์
ทองแดง ลดการอักเสบและบวม ช่วยซ่อมแซมกระดูก ทำให้ขนสวย
กรดกลูตามิก ช่วยเปลี่ยนสภาพไขมันและน้ำตาล ลดแอมโมเนียในสมอง
ซิลีเนียมและโครเมียม ช่วยป้องกันภูมิแพ้และอาการแก่ก่อนวัย
เป็นไงครับ อาหารชั้นเยี่ยมแบบนี้ หายากหน่อยนะ แต่อาหารทุกตัวที่มี ส่วนใหญ่ก็จะมีสัดส่วนของวิตามินที่จำเป็นเหล่านี้อยู่ด้วยแล้ว เพียงแต่มากน้อย ครบไม่ครบ หรือมีมากแค่ไหน เพียงพอหรือไม่ ต้องอ่านในฉลากข้างถุงครับ .ลองอ่านดูสารอาหารที่จำเป็น สารอาหารที่เขียนไว้ จำเป็นต้องใช้ในสุนัข ถ้าเขาเขียนไว้นี่ต้องมีตามนั้นนะ ไม่งั้นผู้ผลิตอาหารสุนัขก็เข้าข่ายหลอกเราเช่นกัน แต่บางยี่ห้อไม่ค่อยเขียนนะไม่รู้เป็นไง ..ถ้าอาหารที่ซื้อมาไม่ดีพอ เพราะงบประมาณต้องจำกัดไว้เพื่ออาหารคนด้วย ก้อหาซื้อสารอาหารวิตามิน เพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น อย่างเช่น ยาบำรุงขน แคลเซียม วิตามินฯลฯ เป็นต้น
ควรเลือกอาหาร ที่ความสดและใหม่พร้อมทั้งตรวจดูฉลากโดยละเอียดว่าเขาเขียนสารอาหารและส่วนผสมอย่างไร เรื่องความสดใหม่เป็นสิ่งจำเป็น เพราะวิตามินต่างๆจะยังไม่ลดหรือเสื่อมสภาพลง ผิดจากอาหารที่แม้เกรดดีเยี่ยม หากขาดความสดใหม่ทุกอย่างก็ลดลงตามกาลเวลา วิตามินบางตัวก้อเสื่อมสภาพลงจนแทบไม่เหลือหลอ ทั้งนี้ควรเลือกที่อายุการผลิตไม่มากเกินหกเดือนก้อยังพอไหวนะ อาหารที่ถูกหลักโภชนาการ การออกกำลังกายที่พอเพียง และการหวีแปรงขนจะทำให้น้องหมามีสุขภาพขนและผิวหนังที่ดีครับ
ผ่านเรื่องอาหารแล้วคราวนี้มาดูเรื่องโรค และสิ่งบอกเหตุว่าเป็นโรคจะรู้ได้อย่างไร อันแรกเลย โรคที่เกิดจากการแพ้ ส่วนใหญ่มันจะแสดงอาการเริ่มต้นให้เรารู้ได้ที่ขนและผิวหนังของน้องหมาครับ เพราะส่วนนี้เป็นส่วนที่จะขับถ่ายสารพิษของเสียต่างๆที่สำคัญสุดของหมา เนื่องจากมันเป็นทางออกเดียวที่จะทำได้ ดังนั้นขนและผิวหนังจะดีได้ก็ต่อเมื่อ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงทั้งภายนอก/ภายใน เพราะได้โภชนาการที่ดีไงครับ
ถ้าเจอนะครับ ถ้าพบเจอขนมีกลิ่นเหม็นและดูเป็นมันเยิ้มเหนียว ผิวหนังชื้นและมีกลิ่น มันคือลางบอกเหตุว่าจะเป็นโรคเรื้อนในอีกไม่นานนัก ผิวหนังที่มีกลิ่นเหม็นเนื่องจากการทำงานของต่อมไขมันที่ขับของเสียอย่างหนัก เกิดทำงานบกพร่องเนื่องจากโภชนาการไม่ดี มันเป็นตัวทำให้เกิดซีสต์ และขนมีน้ำมันเยิ้ม หมาที่เป็นแบบนี้ส่วนใหญ่จะแพ้อากาศหนาว ดังนั้นมันจึงชอบที่จะอยู่ในที่อุ่นๆ แต่ที่อุ่นๆนี่แหละทำให้มันยิ่งคันมากขึ้น เพราะมันแพ้ความหนาว สุดท้ายถ้าไม่ดูแลช่วยเหลือ มันก็จะเป็นขี้เรื้อนโดยปริยาย
ลองใช้มะนาวหนึ่งลูกต้มจนเดือดสักพัก แล้วนำมาคั้นเอาน้ำ กรองเอากากทิ้ง จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นสักหนึ่งคืน แล้วเอาน้ำมะนาวที่ว่านี้ ชโลมทาให้ทั่วตัวน้องหมา แล้วปล่อยให้แห้งเองโดยไม่ต้องล้างออกรอสักวันเต็มๆแล้วทำใหม่ คราวนี้รอแค่แห้งดีแล้วก็ล้างออกให้สะอาด น้ำมะนาวจะเป็นยาฆ่าเชื้อที่ไม่เป็นอันตรายและหาง่ายสุด แถมได้ผลดีอีกต่างหากครับ ลองทำซ้ำๆสักสามสี่ครั้ง สุดท้ายถ้ายังไม่หายก็ หาหมอครับ ให้หมอตรวจเลือดและผิวหนังอย่างละเอียดเพื่อทำการรักษาต่อไปครับผม
ตามที่ว่ามานี้เป็นว่าน้องหมาต้องได้รับความรักและการเอาใจใส่ที่ดี ได้ออกกำลังกายที่เหมาะสม ได้กินอาหารดี เพื่อสนับสนุนการต้านทานโรคภัยต่างๆ
ว่ากันที่โรคมีหลายอย่าง การตรวจดู และสังเกต ควรมีดังนี้
1 ดูที่โภชนาการว่าน้องหมากินอะไรบ้างในแต่ละวัน อาหารที่กินมีสารอาหารครบมั้ย มีความสะอาดถูกหลักอนามัยที่ดีมั้ย หรือมันได้กินอะไรแปลกปลอมผิดปกติมั้ย พฤติกรรมการกินปกติหรือมีปัญหา เหล่านี้ต้องคอยตรวจดูทุกวันครับ
2 ดูการย่อยอาหาร น้องหมาถ่ายทุกวันหรือไม่ มีการผายลมหรือท้องอืดหรือท้องเสียเป็นอย่างไร ถ้าเป็น ดูว่าเป็นเพราะอาหารมื้อไหน กลิ่นและสีที่ถ่ายออกมาเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ทีนี้ถ้าไม่สบายหรือกำลังจะป่วย อาการที่จะเห็นก็คือ อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายออกมามีมันมากและสีผิดปกติ อันนี้เกิดจากโรค และหรือมีพยาธิเต็มท้องแล้วก็ได้ ควรรีบทำการรักษาก่อนที่จะลุกลามเป็นเรื่องใหญ่
3 ดูว่าน้องหมาฉี่เป็นเวลามั้ย หรือฉี่บ่อยมากๆ ฉี่ทุกที่ หรือฉี่ที่เดิม สีของฉี่เป็นไงบ้าง มีเลือดปนหรือมีกลิ่นเหม็นมากจนผิดปกติหรือเปล่า กินน้ำปกติมั้ย นี่ดูเรื่องของฉี่ว่าจะเป็นโรคร้ายหรือไม่นะครับ
4 ดูผิวหนังครับ ผิวหนังและขนเปลี่ยนไปจากปกติบ้างมั้ย มีสะเก็ด หรือเป็นตุ่มหนอง มีฝีช้ำหนองหรือเป็นสิวเม็ดใหญ่ๆบ้างมั้ย ขนร่วงผิดปกติหรือขนมันเปียกผิดปกติหรือเปล่า ดูว่ามันคันและเกามากจนไม่น่าเป็นปกติ อันนี้ขนและผิวหนังนี่จะบอกเหตุได้ค่อนข้างชัดว่ากำลังเป็นโรคที่เกี่ยวกับตับหรือไตครับ
5 ดูที่หูครับ หูเป็นไงบ้าง อักเสบมีไขมากมีขี้หูเกรอะกรัง มีน้ำตกค้างในหูมั้ย มีตัวไรหรือเห็บกัดหรือเปล่า ว่ากันว่าเจ้าพวกยีสต์และแบคทีเรีย มักจู่โจมและแพร่เชื้อในช่วงนี้นะ โดยผ่านทางหูนี่แหละ ดังนั้นจึงควรตรวจดูบ่อยๆนะครับ ถ้ามีอาการเหล่านี้นับเป็นอาการแรกเริ่มของสภาวะไม่สมดุลของอาหาร และมีสารพิษตกค้างในร่างกาย การอักเสบและเกิดโรคจะเริ่มที่หูก่อนผิวหนังและขนได้เช่นกันครับ
6 ทีนี้มาถึงตาและจมูก ตรงจุดนี้จะเกิดอักเสบพร้อมๆไปกับหูก็ได้ ตาที่ระคายเคืองมากๆเป็นผลทำให้ไปอุดตันท่อน้ำตา ทำให้เกิดน้ำมูกสะสมมากและหายใจลำบากครับ ดูว่าตาแฉะผิดปกติมั้ย ตาแดงบวม นี่เป็นเหตุบอกว่ากำลังมีปัญหาในเรื่องของตับ ควรตรวจดูบ่อยๆครับ อาหารบางชนิดที่ด้อยคุณภาพนะ น้องหมากินแล้วมีขี้ตาเยอะ ถ้ากินต่อไปก็จะเป็นแบบที่ว่า อันนี้เกี่ยวเนื่องกับตับเป็นสำคัญครับ ลองสังเกตดูนะครับ
7 มาถึงระบบประสาทครับ ถ้าได้โภชนาการที่ดีก็ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ถ้าได้โภชนาการที่ไม่สมดุลก็เกิดปัญหาได้เช่นกัน อาจดุมากขึ้นโดยไม่มีเหตุผล อันนี้สำคัญเหมือนกันนะครับ ดูว่ามีอาการสั่น สับสน ซึมเบื่อ น้ำหนักเพิ่มหรือลดอย่างรวดเร็ว มีไข้มั้ย ลุกนั่งยืนผิดปกติหรือไม่ นอนไม่หลับและมีกลิ่นตัวแรง กินข้าวปลาอาหารปกติมั้ย ระวังอาหารที่ไม่ได้คุณภาพนะครับ มีผลมากจริงๆอย่าประมาทครับ
8 ดูว่าการหายใจเป็นไงบ้าง มีกลิ่นเหม็นหายใจลำบาก ออกกำลังหรือวิ่งเล่นเหนื่อยเร็วหรือเปล่า วิ่งเล่นได้นานเท่าเดิมเป็นปกติดีมั้ย ไอ หอบ ใจเต้นแรงผิดปกติมั้ย ลองจับชีพจรดูนะครับ ตรงเส้นเลือดแดง บริเวณขาหนีบด้านใน ปกติจะเต้นแบบนี้ครับ หมาเล็ก ชีพจรเต้น 90-120 ครั้งต่อนาที หมาใหญ่ ชีพจรเต้น 65-90 ครั้งต่อนาที ลองฝึกจับชีพจรดูครับ สามารถบอกได้เช่นกันว่าหมาเราสมบูรณ์ดีไหม
9 อารมณ์ครับ คอยสังเกตดูว่าน้องหมา มีอาการซึมกลัว ขี้ระแวง ดุผิดปกติ กัดและทำลายข้าวของผิดปกติ ฉี่เรี่ยราดทั่วบ้านทั่วเมือง หรือเครียดมากเรียกก็ไม่ฟังไม่ค่อยสนใจ อันนี้ก็มาจากอาหารอีกเช่นกัน และรวมถึงการถูกทอดทิ้ง หรือปล่อยไว้ตัวเดียวในที่เปลี่ยว ความผิดปกตินี้แสดงให้เห็นสภาพจิตใจของน้องหมาว่าตอนนั้นเป็นอย่างไร กำลังเครียดมาก ไม่สบาย ไม่สบายทั้งใจและกา ย เจ้าของจากไป หรือเพื่อนหมาของมันหายไป อันนี้ก็ทำให้มันเศร้าซึมได้เช่นกัน มันคิดถึงครับ และมันเครียดหนักกว่าคนอีกนะ เพราะมันพูดบอกใครไม่ได้แต่มันรับรู้ครับ ว่าเจ้าของจากไป แต่มันไม่เข้าใจถึงสาเหตุว่าทำไมเจ้าของจึงต้องจากไป??
10 สภาพแวดล้อมครับ ตรงนี้ก็ทำให้น้องหมาป่วยได้เช่นกันครับ ดูว่ามีการฉีดยากันยุง ยาฆ่าแมลง ยาฉีดหญ้า ยาฆ่าเห็บ สารเคมี พื้นปูนใหม่ สีใหม่ ผนังเกิดเชื้อรา สนามหญ้ามีเห็บพิษ น้ำกิน พืชที่เป็นพิษ ความชื้น ของเล่นน้องหมาเก่าจนเกิดเชื้อรา ฯลฯ อีกเยอะเลยครับเรื่องของสภาพแวดล้อม ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าสารเคมีก็เป็นตัวหนึ่งที่สร้างโรคภัยให้กับน้องหมามากมายทีเดียว
ขอนำเรื่องโรคต่างๆที่สุนัขมักจะเป็นบ่อย มานำเสนอกันครับ
เริ่มกันที่โรคขี้เรื้อนครับ
ลักษณะของโร ค หมาขี้เรื้อน เป็นคำไทยที่นิยมใช้เรียกสุนัขที่เป็นโรคผิวหนัง ขนร่วงและมีอาการ ผอมโซ ดังนั้นชาวบ้านทั่วไปจึงรู้จักโรคนี้ด้วยกันทุกคน สุนัขที่เป็นขี้เรื้อนจะมีอาการคัน ใช้เท้าเกาตามลำตัว ชอบเอาตัวไปถูตามไม้ ขนตามร่างกายจะร่วง ซูบผอมเดินโซเซ สุนัขบางตัวขนร่วงหมดจนถูกเรียกว่า หมาหนังกลับ
สาเหตุและการรักษา สามารถแบ่งออกได้เป็นพวก ๆ ดังนี้
หมัดและเห็บ ปกติจะพบตัวหมัดแดงขึ้นกลางหลัง โคนหาง คอ ลำตัว หมัดจะวิ่งอยู่ตามโคนขน ในแม่สุนัขที่คลอดลูกใหม่มักพบหมัดแดงกลางหลัง แม่สุนัขจะเอาปาก แทะกลางหลังและโคนหาง จนทำให้ขนหลุดร่วง การรักษาเห็บในแม่สุนัขลูกอ่อนและลูกสุนัขควรใช้ฝุ่นฆ่าหมัดโรยตามลำตัว ในสุนัขโตควรใช้น้ำยาผสมน้ำอาบ
พยาธิหัวใจ เป็นสาเหตุของโรคนี้ได้ คือ ตัวอ่อนของพยาธิจะอยู่ในกระแสโลหิต ตัวอ่อนเหล่านี้จะวิ่งไปตามเส้นเลือดฝอยที่ผิวหนังทำให้สุนัขเกิดอาการคันตามผิวหนัง ต้องใช้เท้าเกาหรือปากแทะ หรือเอาลำตัวถูกับสิ่งต่างๆ ทำให้ขนร่วง ถ้าเป็นมากจะเกิดขี้เรื้อนทั้งตัวได้ การตรวจพยาธิหัวใจต้องนำสุนัขไปหา สัตวแพทย์ให้เจาะเลือดตรวจหาตัวอ่อนพยาธิด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อทำการรักษา
การแพ้สารต่าง ๆ สุนัขก็เช่นเดียวกับคน คือ มีการแพ้ได้ เช่นแพ้ยา ซึ่งเจ้าของมักซื้อยาบำรุงหรือยารักษาอาการป่วยมาให้กิน ทำให้สุนัขแพ้มีอาการคันได้ หรือบางคนใช้สบู่ที่เป็นกรดแรงไปทำให้สุนัขแพ้มีอาการขนร่วง โดยเจ้าของ เมื่อเห็นคันก็อาบน้ำฟอกสบู่ให้อีกบ่อย ๆ หรือบางครั้งก็ล้างเอาสบู่ออกไม่หมด อาการแพ้ก็มากขึ้น
พยาธิผิวหนัง โรคขี้เรื้อนที่เกิดจากพยาธิผิวหนัง (ขี้เรื้อนแท้) จะทำให้ผิวหนังคันขนร่วง เป็นทั้งตัวหรือเฉพาะที่ก็ได้ จึงควรให้สัตวแพทย์ตรวจโดยการขูดเอาผิวหนังมาส่องหาพยาธิด้วยกล้องจุลทรรศน์
ขาดฮอร์โมน การขาดฮอร์โมนเพศทำให้สุนัขขนร่วงได้ มักพบในสุนัขแก่หรือสุนัขที่ถูกทำหมัน การที่ขนร่วงมีลักษณะเท่ากันหรือเหมือนกันทั้งด้านซ้ายและขวา สุนัขจะคันตามผิวหนัง ถ้าพบเช่นนี้ควรให้ฮอร์โมนนั้น ให้สุนัขกินจะก็หายได้
หมั่นสังเกตดูนะครับ
นิ่ว
ลักษณะและอาการของโรคนิ่วที่พบและเป็นปัญหาในสุนัขก็คือ นิ่วของระบบปัสสาวะโดยพบว่าร้อยละ 90 จะเกิดในกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ ส่วนที่เหลือเกิดในไตและท่อไต ช่วงที่สามารถเกิดนิ่วกับสุนัขได้คือ 3-9 ปี
โดยนิ่วจะมีแหล่งกำเนิดอยู่ 2 แห่งคือ แหล่งใหญ่ร้อยละ 95 ของนิ่ว ที่เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุในร่างกายได้แก่ แมกนีเซียม แอมโมเนียม ฟอสเฟต อ๊อกซาเล็ท ยูเรท ฯลฯ แหล่งที่ 2 เกิดจากการตกผลึกของโปรตีนและเมือกในระบบปัสสาวะ ซึ่งมีจำนวนน้อย
เมื่อแร่ธาตุเหล่านี้เกิดการตกผลึกก็จะเกิดการอุดตัน อาการที่ปรากฏ คือ ฉี่ลำบากออกกะปริดกะปรอยจนไม่ออก หรือถึงขนาดที่เวลาฉี่ต้องเบ่งจนตัวโก่ง ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด บางครั้งจะมีอาการนำด้วยเลือดปนฉี่ออกมา จากสีชมพูจาง ๆ จนถึงเลือดสด บางตัวมีแต่อาการท้องโตขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นถ้าเห็นว่าสุนัขแสดงอาการแปลกๆ ให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อตรวจให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง
การรักษา ทำได้ตั้งแต่วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดและผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและชนิดของนิ่วที่เป็น เช่น ถ้าเป็นนิ่วที่สามารถสลายได้โดยง่ายก็อาจจะให้ทานยาสลายนิ่ว หรือหากเป็นนิ่วในท่อปัสสาวะสามารถรักษาด้วยการสอดสายยางเข้าไปดูดล้างออกมาโดยไม่ยากเย็น (ทั้งนี้การรักษาจะต้องกระทำโดยสัตวแพทย์) จนถึงขนาดที่ว่า มีก้อนนิ่วขนาดใหญ่ในกระเพาะปัสสาวะถ้าเป็นเช่นนั้นก็จำเป็นต้องทำการผ่าตัด
โรคลำไส้อักเสบ
ลักษณะอาการ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงของสุนัขที่เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมีการะบาดอย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2521 ลักษณะจำเพราะของโรคคือ สุนัขจะแสดงอาการอาเจียนและท้องร่วงอย่างรุนแรง สุนัขจะแสดงอาการอย่างฉับพลัน มีอาการซึม เบื่ออาหาร อุจจาระเหลว ท้องร่วง
อาการท้องร่วงอาจเกิดภายหลังการอาเจียน หรือเกิดขึ้นพร้อมกัน การถ่ายอุจจาระจะถ่ายพุ่งรุนแรง ลักษณะอุจจาระเป็นน้ำหรือน้ำปนเลือด อุจจาระมีกลิ่นเหม็นรุนแรง สุนัขจะแสดงอาการขาดน้ำอย่างรวดเร็วและอาจถึงตายถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ในลูกสุนัขโดยเฉพาะลูกสุนัขอายุน้อย จะทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ทำให้ตายโดยทันทีโดยไม่แสดงอาการของโรคเลย
การติดต่อ โรคนี้สามารถติดต่อได้ทางการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับอุจจาระของสัตว์ป่วย เพราะในอุจจารจะมีเชื้อไวรัส ปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะเชื้อนี้จะมีความคงทนที่จะอยู่ได้นาน
การป้องกันรักษา เจ้าของสุนัขควรฉีดวัคซีนป้องกัน โรคลำไส้อักเสบ ตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่สุนัข ซึ่งจะมีผลถ่ายทอดภูมิคุ้มกันโรคมาทางน้ำนมเหลือง และถ้าหากสุนัขตัวใดมีอาการของโรคดังกล่าวควรจะรีบพาไปหาสัตวแพทย์ เพื่อนทำการรักษาที่เหมาะสมโดยเร็วที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องทำการฆ่าเชื้อบริเวณที่สุนัขอาศัยอยู่ โดยการใช้ความร้อน หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เหมาะสม
โรคพิษสุนัขบ้า
ลักษณะอาการ เกิดจากเชื้อไวรัส ทำให้สุนัขบ้าแล้วไปติดยังสัตว์อื่น ๆ รวมถึงคน ในสุนัขจะพบบ่อยที่สุด เชื้อไวรัส นี้จะเข้าทำลายระบบประสาทและมันสมองส่วนกลาง ทำให้เกิดการอักเสบเป็นอัมพาตเมื่อเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และต้องตายอย่างทรมานที่สุด
สุนัขเมื่อเป็นโรคจะแสดงอการป่วยภายใน 20-60 วัน หรืออาจจะเป็นก่อนหรือหลังนี้ก็ได้ ในคนนี้จะประมาณ 15 วัน ถึง 6 เดือน หรือมากกว่านั้น อาการที่พบแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดดุร้ายและชนิดซึม
อาการชนิดซึม โรคพิษสุนัขบ้าชนิดซึมนี้ชาวบ้านจะไม่ค่อยรู้จัก เพราะว่าสุนัขไม่แสดงอาการดุร้ายกัดคน สุนัขมักนอนในที่มืดและเงียบ อ้าปากลิ้นห้อยเล็กน้อย น้ำลายยืดฟูมปาก ไม่ดุร้ายถ้าไม่ถูกรบกวน มีอาการง่วงไม่ยอมเห่า บางครั้งสุนัขป่วยจะกินอาหารและน้ำได้ แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเลียน้ำไม่เข้าปากเสียส่วนใหญ่ คล้ายกับว่ามีอะไรมาติดคอ ต่อไปก็จะตายหลังจากแสดงอาการได้ 2-3 วัน
อาการชนิดดุร้าย ระยะเริ่มแรกจะสังเกตได้จากอารมณ์และอุปนิสัยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เจ้าของที่อยู่ใกล้ชิดจะสังเกตได้ และหมดแรง ถ้าได้สังเกตอย่างใกล้ชิดรูม่านตาจะขยายโตกว่าปกติ สุนัขจะเริ่มมีอาการเริ่มแรกอยู่ 2-3 วัน ก็เข้าสู่ระยะที่ 2 คือ ระยะตื่นเต้น เป็นระยะที่แสดงอาการ กระวนกระวาย มีอาการทางระบบประสาท ตอบสนองอย่างฉับไว และรุนแรงต่อเสียงหรือสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ต่อมาอาการตื่นเต้นกระวนกระวายจะเพิ่มมากขึ้น อาจแสดงอาการงับแมลงหรือวัตถุที่ขวางหน้า จะกัดวัตถุ กัดกินสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ เช่น ก้อนหิน ก้อนดิน เศษไม้
อาจกัดกินอย่างรุนแรงจนเลือดกบปากหรือฟันหัก แล้วเริ่มออกวิ่งโดยไร้จุดหมายอันเป็นลักษณะของความบ้าคลั่งอย่างเด่นชัด เสียงเห่าหอนจะผิดไ ป เนื่องจากเกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อ กล่องเสียง ลิ้นห้อย น้ำลายไหล ต่อมาเนื้อตัวจะเกร็ง ขาอ่อนเปลี้ยลง ลำตัวจะแข็งสุนัขจะแสดงอาการในระยะตื่นเต้นนี้อยู่ 3-7 วัน บางครั้งแสดงอาการในระยะสั้นกว่านี้ อาจสังเกตได้ไม่ทัน คือ ชักแล้วตายโดยไม่ผ่านอาการระยะที่ 3
ซึ่งอาการขั้นอัมพาต สำหรับระยะที่มีอาการอัมพาตสุนัขจะล้มลงแล้วลุกไม่ได้ หางห้อยตก ลิ้นห้อยยาวออกมานอกปาก น้ำลายหกมาก สุนัขอาจแสดงอาการขยอกในลำคอ ต่อมาอัมพาตจะแพร่ลามไปทั่วตัวแล้วจะตายภายใน 2-4 วัน
การป้องกัน เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าไม่อาจรักษาได้ เป็นแล้วตาย ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงจำเป็นต้องป้องกันโรคไว้ล่วงหน้า ในบ้านเรามีวัคซีนที่ฉีดป้องกันได้สะดวก โดยนำสุนัขที่มีอายุตั้งแต่ 3 เดือน ไปฉีดวัคซีนเพื่อนสร้างภูมิคุ้มกันทุก ๆ ปี ปีละครั้งส่วนสุนัขที่สงสัยว่า ถูกสุนัขบ้ากัด ให้ฉีดวัคซีนซ้ำอีกครั้งหลังจากถูกกัด
โรคปอดบวม
ลักษณะอาการ โรคนี้มักพบมากในลูกหมาเล็ก ๆ และหมาแก่ เพราะทั้งสองวัยต่างมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอพอ ๆ กัน ส่วนหมาหนุ่ม หมารุ่นๆ ไม่ค่อยพบเนื่องจากความแข็งแรงยังมีอยู่เต็มที่ เชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของโรคนี้มีอยู่ได้หลายชนิ ด อาทิ klebsiella pneumoniae, E.coli หรือ pseudomonas spp. และ ฯลฯ หมาจะแสดงอาการนอนซึม มีไข้ เบื่ออาหาร ชอบหลบไปนอนที่เย็น เช่น ในห้องน้ำ มีขี้มูกไหลออกมสีขาวจนถึงสีเขียวข้น หายใจแรงจนถึงกับอ้าปากหายใจไม่ออก ซ้ำร้ายต้องหายใจทางปากตลอดเวลาเพราะจมูกอุดตัน เต็มไปด้วยน้ำมูก
ข้อควรปฏิบัติ ก็คือให้ความอบอุ่นแก่หมาของคุณอาจเป็นการใส่เสื้อ ห่มผ้า ปูรองด้วยพื้นผ้า ใช้หลอดไฟให้แสงสร้างความร้อนอย่าให้นอนในที่เย็นเกินไป อับชื้น หรือโดนฝนสาด และให้รีบปรึกษาสัตวแพทย์โดยด่วน
โรคไข้หัดสุนัข
ลักษณะอาการ โรคนี้เป็นโรคที่เกิดจาก เชื้อไวรัส อาการรุนแรงมากในลูกสุนัขอ่อนที่เพิ่งเกิด โดยอาจแสดงอาการเพียงการหายใจลำบากและอาการปวดบวม แล้วตายอย่างรวดเร็ว ในลูกสุนัขนัขที่มีอายุมากขึ้นอาจมีการอาการไข้สูงและลดต่ำสลับกันไป นอกจากนี้ยังอาการท้องเสีย มีน้ำมูกข้น มีขี้ตาแฉะ เริ่มแรกอาจมีอาการไอ ต่อมาเกิดปวดบวม เบื่ออาหาร ซึม และพบตุ่มหนองบริเวณหน้าท้อง ระยะต่อมาอาจแสดงอาการทางระบบประสาทให้เห็น คือเดินโซเซ สั่น แคระแกร็น
การติดต่อ การติดต่อของโรคเป็นได้ง่ายทั้งการหายใจ และโดยการสัมผัสกับสิ่งขับถ่าย เช่น การกินสิ่งที่ติดเชื้อ น้ำมูก ขี้ตา น้ำลาย โรคนี้ยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ จึงควรป้องกันโดยการเลี้ยงดูที่ถูกสุขลักษณะ ให้อาหารที่มีคุณค่า ระวังการติดต่อจากตัวที่ป่วย ควรทำการ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างเคร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีนในแม่สุนัข ซึ่งจะมีผลถ่ายทอดภูมิคุ้มกันโรคผ่านทางน้ำนมเหลืองได้
พยาธิ
ชนิด ชนิดของพยาธิที่สำคัญมีอยู่ 2 ชนิด คือ พยาธิไส้เดือน และพยาธิปากขอ
1. พยาธิไส้เดือน หรือเรียกพยาธิตัวกลม พบมากในสุนัข อาศัยอยู่ในสำไส้มีขนาดยาว 2-3 นิ้ว จะดูดอาหารที่กระเพาะย่อยแล้ว ไข่ของพยาธิจะปนออกมากับอุจจาระ และถูกสุนัขกัดกินเข้าไป ในลูกสุนัขจะมีอาการท้องป่องคล้ายกับกินอาหารอิ่มทั้งวั น ถ่ายอุจจาระเหลว ถ้ามีมากจะพบว่าไปอุดตันท่อน้ำดี เกิดอาการดีซ่านหรือพบว่าลูกสุนัขอาเจียนเอาตัวพยาธิออกมา การตรวจต้องเอาอุจจาระใหม่ให้สัตวแพทย์ตรวจ ส่วนการรักษาต้องถ่ายเอาพยาธิออก ยาที่ใช้ได้ผลดีราคาถูกคือ เปปเปอร์ราซีน ขนาด 100 ม.ก./ก.ก. ให้กินในตอนเช้าก่อนอาหาร
2. พยาธิปากขอ มีขนาดเล็กมากขนาดเท่าเส้นผม ยาว 1-2 ซ.ม. อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าถ้าใช้ความสังเกต ดำรงชีพด้วยการดูดเลือดจากผนังลำไส้กินเป็นอาหาร ไข่ของพยาธิปากขอจะปนมากับอุจจาระ แล้วออกมาเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนนี้จะเข้าสู่ร่างกายสุนัขด้วยการไชเข้าเท้า หรือผิวหนัง หรือที่อื่น ๆ หรือโดยการกินเข้าไปก็ได้ สุนัขที่มีพยาธิปากขอจะพบอาการครั้งแรกคือ โลหิตจาง ดูได้ที่สีของเหงือกหรือเปิดตาดูมีสีซีด ถ่ายอุจจาระออกมาเป็นกองเล็ก ๆ สีดำ ลูกสุนัขจะมีอาการหงอยซึม เลี้ยงโตช้า การถ่ายพยาธิปากขอนี้ควรถ่าย 3-4 เดือนต่อครั้ง หรือต้องนำเอาอุจจาระใหม่ ๆ ไปให้สัตวแพทย์ตรวจหาไข่ของพยาธิเมื่อสงสัยว่าเกิดกับสุนัข
เห็บหมา
ลักษณะของโรค เห็บคอยดูดเลือดทำให้หมาซูบซีด โลหิตจาง นำโรคพยาธิเม็ดเลือดมาสู่หมา เห็บในหูอาจทำให้เกิดการอักเสบในช่องหูได้ เห็บมีระยะต่าง ๆ ในการเจริญเติบโตตามวงจรชีวิตของมันอยู่ 4 ระยะ คือ เริ่มจากเป็นไข่อยู่ในดินพื้นหญ้า มันจะฟักตัวออกเป็นระยะตัวอ่อนตัวเล็ก ๆ สีแดง เมื่อหมาผ่านมาจึงกระโดยเกาะและไต่ขึ้นไปหากินบนตัวหมา และพัฒนาตัวเองเข้าสู่ระยะวันรุ่นและมีขนาดตัวโตขึ้น ดูดกินเลือดออกไปอีกสักระยะหนึ่ง จึงเจริญเติบโตเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ พร้อมที่จะผสมพันธุ์และแพร่ลูกหลานได้
หากสังเกตให้ดีจะเห็นเห็บ 2 ประเภทตามตัวสุนัข คือ พวกหนึ่งตัวเล็ก ๆ แบน สีน้ำตาล อีกพวกหนึ่งตัวโตบวมเป่งสีเทาดูคล้าย ลูกหยี ทั้งคู่เป็นเห็บชนิดเดียวกันเพียงแต่ พวกแรกคือตัวผู้พวกหลังคือตัวเมียที่กินเลือดและมีไข่เต็มท้อง พร้อมที่จะกระโดดจากสุนัขไปวางไข่บนดิน ดังนั้นการที่ผู้เลี้ยงสุนัขชอบบี้เห็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเมียลงพื้นดิน ก็ยังเท่ากับเป็นการแพร่เชื้อของมันออกไปนั่นเอง เมื่อจับเห็บได้ก็ควรหย่อนลงไปในแก้วหรือขวดในน้ำมันเห็บก็จะตาย
การป้องกัน สามารถทำได้โดยการรักษาความสะอาดสุนัข อาบน้ำด้วยน้ำยากำจัดเห็บโดยเฉพาะ ใช้ยาฆ่าเห็บโรยตัว เน้นหนักตามซอกเล็บและอุ้งเท้าหรือใส่ปลอกคอป้องกันเห็บ ซึ่งทุกวิธีการจะต้องทำด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้ที่แนบมาอย่างเคร่งครัด
เรื่องอาหารและโรคสุนัขที่ควรรู้ |