เทคนิคการฝึกสุนัข

มาดูกันครับว่าหลายท่านมีวิธีฝึกน้องหมาอย่างไร ถูกต้องหรือผิดพลาดแค่ไหน...หลายท่านก็มีหลากหลายวิธี ซึ่งล้วนแต่น่าศึกษาทั้งนั้น มาดูสูตรการฝึกของ bangkaewhotspring ครับ อันดับแรก ไม่ต้องสนใจว่าน้องหมาเราจะดีแค่ไหน และไม่ต้องคิดว่าน้องหมาจะต้องรักเรามากแค่ไหน ไม่ต้องสนว่าพันธุ์อะไร ไมสำมะคัญครับ ขอเพียงรักและเข้าใจ และพร้อมที่จะฝึกสอนเขาเพื่อการอยู่ร่วมกับเราด้วยความสุข และให้ความรักกับเขา สิ่งที่จะได้มาจากการฝึกรับรองคุ้มค่าจริงๆ


มาเข้าเรื่องกันครับ ขั้นแรกเราต้องฝึกสุนัขโดยไม่ใช้ความเครียดเป็นอันขาด และอย่าได้มีวันยกมือทำท่าตีสุนัข หรือหมาที่จะทำการฝึก เขาไม่เข้าใจครับ ตีทำไมและตีแล้วจะต้องให้เขาทำอย่างไร หรือเจ้านายมีเหตุผลอย่างไร น้องหมามันไม่เข้าใจคำว่าเหตุและผล เนื่องด้วยมันไม่เคยรู้เลยจริงๆ

อย่าด่าทอด้วยเสียงอันดังและทำท่าทางรังเกียจและอย่าทำร้ายเขาเป็นอันขาด หมาจะคิดว่าคุณจะทำร้ายเขาอย่างจริงจัง หรือพยามคิดว่านี่คือการเล่นแบบรุนแรงและต้องการปะทะกำลังเพื่อการเป็นจ่าฝูง และหรือเจ้านายชอบความเจ็บปวดกระนั้นหรือ เดี๋ยวจะสนองให้ หึหึหึ งับตอบซะเลย คนส่วนมากมักตีหมาเพราะความโกรธและอารมณ์เป็นเหตุ เข้าใจน้องหมาผิด..ทำไมเข้าใจผิดละ

อ้าว..ก็คนไม่พยามเรียนรู้และเข้าใจหมา แล้วจะให้หมาเข้าใจคนได้อย่างไรลุ คนมีสติปัญญามากกว่าหมามากมายหลายเท่านัก แต่กระนั้นคนยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเลย แล้วหมามันจะเข้าใจรึ เฮ้อ...กว่าจะเข้าใจคนนี่มันยากเย็นจริงๆเลยนะ และบางทีเข้าใจแล้ว คนยังเปลี่ยนให้ไม่เข้าใจอีกแนะ ....เข้าเรื่องต่อ

หมาทุกตัวนะครับมันจะเรียนรู้จากสิ่งที่คนสอนมันด้วยการทำซ้ำเท่านั้น ย้ำ..มันเรียนรู้ด้วยการทำซ้ำเท่านั้นครับ การฝึกทำซ้ำประมาณ 70-100 ครั้งหมาก็จะรู้และพยามทำตามอย่างดีที่สุด ทั้งนี้จากการได้ยินคำสั่งและการจัดท่าทางให้มันทำตามที่ต้องการ

แล้วเราจะให้หมามันทำตามที่ต้องการนี่นะ มันต้องทำให้หมารักและไว้วางใจเรามากที่สุด มันจะกระทำด้วยความรักต่อเจ้าของมากกว่าทำเพราะโดนบังคับให้ทำ เห็นมั้ยครับ ขั้นแรกมันต้องทำให้เกิดความรักและความเข้าใจ โปรดระวังหมาไม่เข้าใจ ทำไมนะรึ เอ้า....ก็หมาไม่มีโรงเรียนสอนมันนี่นา

แม่มันสอนมาก็แค่การเอาตัวรอดตามสัญชาตญานและการต่อสู้ป้องกันตัวเล็กๆน้อยๆแค่นั้นเอง มันก็โดนพรากมาเสียแล้ว โดยมนุษย์ หมาไม่มีคำว่าเหตุและผลครับ มันไม่เข้าใจจริงๆ แล้วใครจะสอนให้มันเข้าใจละ แต่มันมีคำว่าบุญคุณครับ มีมากด้วยนะ มันมาจากสัญชาตญานยอมรับและเคารพผู้เป็นจ่าฝูง (หรือนายของมัน )

ทีนี้คนจะเข้าใจและมีเหตุผลกับมันมั้ย?... มันไม้รู้ว่าฝึกทำไม ที่ทำแบบนี้ต้องการให้มันเป็นตัวอะไรยังยากให้เป็นหมาเหมือนเดิมมั้ย หรือนายอยากให้มันเป็นตะกว..อุอุ...นี่เป็นคำถามที่มันอยากรู้... แต่ไม่ต้องการคำตอบ เพราะถ้าตอบให้มันรู้มันก็ไม่รู้และจะยิ่ง งง มากขึ้น

และสุดท้ายมันจะพยามเข้าใจว่าเจ้านายมันติ้งต้องไปแล้ว.... เอาละ...ก็ด้วยความรัก นายจะให้ทำอะไรก็ช่างเถอะ ไม่ขัดใจหรอก เพราะนายคือผู้ที่อันเป็นที่รักสุดของมัน... อ๋าว...แล้วทีสั่งให้ทำมันไม่ทำละ จาทำไงดี เอ๊า...แล้วฝึกแบบไหนละ บอกหลายครั้งแล้วไม่จำสักที

( ทีตัวเองเรียน กไก่ เห็นตั้งหลายเดือนกว่าจะรู้ ) นี่คนพยามจะถามหมา ขอแนะนำว่าให้ถามตัวท่านก่อน...มาดูครับ วิธีการฝึกอันแสนง่าย styles bangkaewhotspring ก่อนอื่นต้องมีความอดทนมากๆนะครับ อย่าเผลอไปตีมันเพียงเพราะอารมณ์โกรธจนยับยั้งไม่อยู่ (ส่วนใหญ่ยั้งไม่อยู่ซะด้วยสิ) พยามเข้าใจเขาหน่อยครับ เหมือนเขาพยามแทบตายที่จะเข้าใจเรา แต่ไม่เข้าใจ ว่าเพราะอะไร และทำๆไม เขาไม่มีความหมายของคำเหล่านี้ที่คนเข้าใจ

คนมีความหมายแต่หมาคิดแทบตาย...และสุดท้ายมันคิดไม่ออกด้วยนะ เอาเป็นว่ามาทำให้หมาชอบที่จะฝึกครับ ทำไงนะหรือ ให้อาหารหรือของกินระหว่างฝึกนะรึ อืม...เกือบใช่แต่ไม่ถูก ให้คำชมเหรอ...อืม...ก็ได้นะ แต่มีอีกนะ และมันชอบที่จะฝึกซะด้วยสิอยากรู้มั้ยครับทำไง ....

ี้มาต่อครับุ ยังหาสนามบินลงไม่เจอ ขอโม้ต่อละกัน มาเข้าเรื่องต่อครับ ว่ากันว่าจำต้องออกคำสั่งที่ชัดเจนและเหมือนกันทุกครั้งในการฝึกนั้นๆ พยามอย่าใช้คำพูดสับสนนะครับ น้องหมาไม่เข้าใจ ขนาดผมเองคุยหลายๆครั้งยังงงว่าคุยเรื่องไร อย่าพูดคำว่าไปให้พ้น แล้วอีกครั้งใช้คำว่าไม่เอา ??? หรือไปไป๊...?? ให้ใช้คำที่ง่ายและโทนเสียงคงที่เช่นคำว่า ไม่... ใช้คำนี้ให้เหมือนกันตลอดครับ) อย่าใช้คำว่าไม่อย่างพร่ำเพรื่อนะครับ

ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ค่อยฟังคำห้ามแบบนี้อีกต่อไป อ้าวว..ทำไมหละ ก็เขาไม่เข้าใจไง ?? อะไรก็ไม่ลูกเดียวหุหุ ตกลงเจ้านายเอาไงกัน?? ต่อครับ ถ้าหมายังไม่หยุดหรือไม่ยอมรับคำสั่ง ให้ใช้เสียงต่ำและขู่แบบหมาสำทับไปด้วย

ขั้นต่อไปครับ ถ้าไม่หยุดอีก จับที่หนังคอครับ จับด้านบน ค่อนข้างต้องใช้แรงหน่อย แล้วกดคอลงพื้นให้คางแนบกับพื้นไปเลย กะสัก 20 วิ ถ้ายอมก็ปล่อย แต่ห้ามชมในขณะนี้นะ ไม่งั้นมันงงอีกแหละ ทีนี้ถ้ายังดื้ออีกก็จับขังเดี่ยวครับ ให้ดึงตัวมันไปบัดเดี๋ยวนั้นและขังในที่อื่นนะ ไม่ใช่กรงที่มันเคยอยู่ ขังสัก 15 นาที

ไม่ต้องสนใจมันนะ เอา 15 นาทีพอ เพราะถ้านานกว่านั้นมันจะลืมครับ ว่าโดนทำโทษ และนี่มันโดนทำโทษด้วยเรื่องอันใด ทำไมจึงถูกลงโทษ วิธีการนี้เป็นแบบเดียวกับที่แม่หมาสอนให้มันรู้ ตอนจัดระเบียบลูกๆของมัน โดยแม่จะเดินหนีและไม่สนใจอีกเลย ไม่ยอมให้เข้าไกล้ด้วยนะ จนกว่าจะสำนึกผิดได้ และทำตัวเป็นเด็กดีนั่นแล้วนั่นแหละถึงจะยอมให้กินนมอีกครั้ง ถ้าเราใช้วิธีนี้นะ

หมามันจะรู้ได้ทันทีว่าไอ้ที่มันทำไปนั้นคือสิ่งที่เจ้านายไม่ชอบไม่ประสงค์ให้ทำอีกต่อไป อย่าตีนะ ถ้าตีเดี๋ยวงงอีกแหละ ไม่มีความจำเป็นใดๆที่คุณจะต้องวิ่งรอบบ้านเอาไม้กวาดหรือหนังสือพิมพ์ไล่ตี บางครั้งก็กลายเป็นปัญหาที่แก้ลำบาก พี่น้องหมาของมันก็เคยไล่ตีไล่กัดแบบนี้และ เจ็บก็แค่นั้น

ไม่เห็นจะเป็นไร มันคิดได้แบบนี้นะ ถามว่ามันกลัวโดนตีมั้ย มันกลัวครับ แต่ไม่เข้าใจ??? แล้วพอตีมันจบ จะให้มันรู้ได้นะรึึ ไม่มีทาง เพราะมันยังไม่เข้าใจ ควรใช้คำว่าไม่ บ่อยๆนะ และใช้มือจับกด นี้คือการลงโทษที่มันกลัวมากและมันยอมรับด้วย ต้องทำในบัดเดียวนั้นนะครับ

เอาละมาดูว่าจะทำไงให้มันเข้าใจง่ายขึ้น จำได้ดีขึ้น และชอบการฝึกครับ หนึ่งเลย อายุน้องหมาสำคัญไม่น้อยครับ เราจะให้เขารับรู้เรื่องใด จำต้องดูอายุเขาว่าเป็นเด็กเล็กยังไม่รู้ประสา หรือโตพอที่จะเรียนรู้ได้แล้ว จงอย่าฝึกหมาในขณะที่คุณอารมณ์ไม่ด

ี เพราะขณะนั้นสมาธิและความอดทนของคุณเหลือน้อยเต็มที ให้ฟังเพลงสบายๆจิบอะไรเย็นๆ แต่ไม่ต้องถึงกับกิน เหล้ารี น้ำแข็งรู น้องหนูริน อันนั้นตอนกลับบ้านจะเครียดหนักกว่าหมาครับ

สองครับ เริ่มการฝึกทุกครั้งควรพาน้องหมาวิ่งออกกำลังหรือเล่นกันสักพักก่อน มันจะช่วยให้หมามีสมาธิดีขึ้น อย่าจับมาแล้วออกคำสั่งฝึกทันทีทันใด เดี๋ยวมันงงอีกแหละครับุ อย่าลืมใช้คำสั่งและสัญญานเดิมเสมอ ใช้รูปแบบๆเดิมทุกครั้งนะครับ

หาเวลาว่างให้ได้ทุกวันเพื่อสร้างความเข้าใจเรียนรู้ซึ่งกันและกันกับหมา คุยกับมันทุกครั้งนะครับก่อนจะเริ่มฝึกอันนี้สำมะคัญครับ ต้องคิดให้ดีก่อนว่าวันนี้จะฝึกเรื่องไร??เริ่มต้นแบบไหน วิธีการอย่างไร คิดได้แล้วจึงฝึก

ผมเคยจับมาฝึกโดยยังไม่รู้เลยว่าจะฝึกอะไรและฝึกอย่างไร คือไม่ได้คิดไว้ก่อน จับมาก็กดตูดบอกนั่งงงงงๆงๆงงๆง สุดท้ายมันนั่งครับุ ดีใจสิครับฝึกหมาได้แล้วเราแป๊บบบ...เดียวเอง พอบอกใหม่มันไม่เอาแล้ว เฮ้อ....เซ็งซะอยากจะ...สักทีแต่ไม่ก้าอะ บังเอิญมานเป็นตัวโปรด เอาละครับทีนี้เราก็มาวิเคราะห์ก่อนว่าจะฝึกอะไร และตอนไหนคือเวลาที่เหมาะ ขั้นตอนการฝึกเราจะเริ่มอย่างไร วางแผนไว้นะครับ

เอาละครับ...คราวนี้เราวางแผนการฝึกเรียบร้อยแล้ว จากนั้นทำตามขั้นตอนที่คิดแผนไว้ครับ รายละเอียดขึ้นอยู่กับผู้ฝึกว่าจะทำแบบไหนฝึกอย่างไร ฝึกทบทวนคำสั่งจนกว่าหมาจะเข้าใจนะครับ โดยมากไม่เกินสามวันมันจะจำได้ดี

ต้องให้มันจำได้ดีจากการทำซ้ำของเราก่อนนะครับแล้วจึงค่อยเปลี่ยนคำสั่งอื่นต่อไป อย่าใช้คำสั่งให้หมาทำคราวละหลายอย่าง มันจะสับสนและไม่ค่อยจำครับ และอย่าลืมเมื่อฝึกจบแล้วทุกครั้งควรพาหมาออกเดินเล่นให้เขาสบายอารมณ์ ระหว่างพาเดินให้หยุดเป็นระยะแล้วพูดกับเขาด้วยโทนเสียงอ่อนโยนทุกครั้ง พยามเรียกชื่อและกระตุกเชือกที่คอเบาๆเพื่อให้รู้ว่าเราต้องการพูดให้เขารับรู้

ใช้มือตบเบาๆที่ไหล่ เป็นการย้ำให้เขาสนใจ หมาจะหยุดและมองหน้าเจ้านาย มันพยามค้นหาว่าเจ้านายจะสั่งอะไร อันเป็นผลพวงมาจากการฝึกที่เพิ่งผ่านมาสักครู่นี่เอง เป็นการย้ำว่าเธอจะต้องเชื่อและฟังคำจากฉัน และจงแน่ใจว่าต่อไปเธอต้องอยู่กับฉัน ฉนั้นไม่มีเหตุผลที่เธอจะไม่สนใจในเสียงเรียกหรือสั่งของฉัน

และมันย่อมที่จะชอบเพราะได้เดินเที่ยวเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนครับ จากนั้นพาหมากลับเข้าที่พัก รอสิบนาที แล้วจึงให้อาหาร ทำแบบนี้ตามขั้นตอนนี้เป็นประจำครับ แรกๆต้องทำใจนะครับมันไม่ค่อยสนใจหรอก แต่ต้องอดทนอย่างที่บอก และทำซ้ำครับ จนสุดท้ายหมาจะรู้ได้เองว่านี่คือหน้าที่ของมันที่จะต้องทำตามคำสั่งผู้เป็นนาย

และด้วยเหตุผลทั้งหมดหมาไม่ชอบการบังคับข่มขู่ด้วยเสียงอันดังและความก้าวร้าวดุดันของนาย แต่ความเอ็นดูที่มี หมามันรับรู้ครับ การฝึกบางแก้วย่อมยากลำบากกว่าสุนัขทั่วไป เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีไอคิวค่อนข้างสูง มีความตื่นตัวและอิสระมาก

การตื่นตัวนี้จะเป็นในครึ่งชั่วโมงแรกของการฝึก ฉนั้นไม่ต้องตกใจว่าพอจับมาฝึกมันมักไม่อยู่นิ่ง และหรือถ้ามีโอกาสจะวิ่งหนีเทียวพักใหญ่แน่นอน อย่างที่บอกก่อนฝึกควรทำอย่างไรคงจำได้นะครับ เมื่อหมามีสมาธิคนมีสมาธิ ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น เริ่มต้นฝึกด้วยความอดทนนะครับ แปลกแต่จริง

บางแก้วเมื่อฝึกบทที่หนึ่งได้แล้ว บทเรียนต่อๆมาที่เราจะฝึกให้ทำนั้น กลับดูง่ายจนน่าแปลกใจจริงๆ ไม่ต้องใช้เวลามากเลย แค่ออกคำสั่งพร้อมจัดท่าที่ต้องการให้เขาทำไม่เกินห้า-สิบครั้งมันทำได้เลย ยอดเยี่ยมจริงๆ แต่ที่ยากก็คือบทแรกที่เราจะสอนมันครับ อันนี้เอาเรื่องเลยทีเดียว กว่าจะผ่านได้เล่นเอาเกือบท้อไปเหมือนกันครับุ จบแล้วครับ

การฝึกนี้ใช้เป็นการฝึกแบบพื้นฐานนะครับ ไม่ใช่การฝึกหัดขั้นสูง ในการฝึกหัดชั้นสูงนั้นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้รับหน้าที่ไปดีกว่าครับ มีโรงเรียนรับฝึกหลายๆที่ รับฝึกสุนัขขั้นสูง แต่ที่ว่ามาคือการฝึกในบ้านสำหรับเจ้าของและสุนัข เพื่อเกิดความรักความเข้าใจยิ่งขึ้น เมื่อฝึกได้แล้ว น้องหมาจะเป็นที่รักมากๆของคุณครับ ท่านใดมีข้อมูลเพิ่มเติม ขอเชิญช่วยกันเสนอแนะครับ ผู้เลี้ยงใหม่ๆจะได้นำไปประยุกต์ใช้ตามต้องการครับ

การฝึกสุนัขให้เชื่องไว้เป็นเพื่อน
เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มฝึก มาทบทวนกันครับ
คุณไม่ควรจริงจังกับการฝึกสุนัขมากนักถ้าสุนัขคุณอายุยังไม่ถึง 7-8 เดือน นักจิตวิทยาสัตว์บางคนบอกว่า ลูกสุนัขบางตัวสามารถเริ่มฝึกได้เมื่ออายุตั้งแต่ 7 สัปดาห์ แล้วเทคนิคต่างๆ ค่อยสอนภายหลัง แต่จริงๆ แล้วเรื่องของเทคนิคต่างๆ ปล่อยให้นักฝึกสุนัขอาชีพเป็นผู้ฝึกดีกว่า

ขณะที่ลูกสุนัขของคุณยังอยู่ในช่วงต้นๆ ของความเป็นลูกสุนัข ตั้งใจเอาชนะมันให้ได้มันจะรักและนับถือคุณ การฝึกพื้นฐานจะเริ่มได้เมื่ออายุได้ 3-4 เดือน ช่วงอายุนี้มันควรถูกฝึกให้เดินสวยขณะที่คุณจูง นั่ง นอน ตามคำสั่งและเข้ามาหาคุณเวลาที่คุณเรียกมัน


คุณมีส่วนในการฝึก
คุณต้องมีความอดทนในการชี้แจงให้สุนัขเข้าใจว่า แต่ละคำท่าคุณออกคำสั่งนั้นหมายถึงอะไร ทำมันด้วยมือหรือเชือกจูงสำหรับฝึกก่อน ทำให้มันแน่ใจในคำสั่งด้วยเสียงของคุณสอนมันเป็นประจำทุกวันถึงสิ่งที่คุณต้องการจะให้มันรู้ทบทวนคำสั่งพร้อมกับแสดงอาการประกอบ สาธิตให้มันดูซ้ำแล้วซ้ำอีกให้สุนัขได้มีโอกาสรับรู้จดจำไว้
เมื่อมันเริ่มเรียนรู้ให้ใช้เพียงคำพูดเป็นคำสั่งโดยไม่ต้องออกท่าทางจ้ำจี้จ้ำไชกับมันบ่อยๆ เมื่อมันทำผิดแก้ไขให้มันถูก แรกๆ ก็ใจดีกับมันก่อนและค่อยๆ เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ตามความก้าวหน้าของการฝึก

อย่าหมดความอดทนหรือฉุนเฉียวเสียก่อนอย่าตีมันด้วยมือหรือเชือกจูงขณะที่ฝึกเพียงแค่คุณดุมันหรือว่ามันก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว
เมื่อสุนัขทำในสิ่งท่าคุณต้องการ ชมเชยมันพร้อมกับสูบหลังมันไปด้วย อย่าตกรางวัลสุนัขด้วยขนม หรือปฏิบัติกับมันอย่างดีเกินไปขณะฝึกสุนัขที่ชินกับนิสัยการรับรางวัลเช่นนี้จะไว้ใจไม่ค่อยได้ เพราะว่ามันจะไม่ค่อยยอมทำอะไรถ้าไม่ได้กลิ่นขนมหรือของรางวัล ถ้าปากฝ่าฝืนคำสั่งหรือทำอย่างไม่ค่อยเต็มใจ (เหลวไหล) คุณควรจะพูดกับมันดีๆ ต่อไปมันก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ


เสียงที่ใช้ฝึก
เมื่อคุณฝึกสุนัขให้ใช้เสียงในการออกคำสั่งที่แข็งขันและชัดเจน ครั้งแรกคุณออกคำสั่งไปแล้วคุณต้องยืนกรานคำสั่งเดิมไปจนกระทั่งมันเชื่อฟังหรือแม้กระทั่งคุณจะฉุดมันให้มาฟังคุณก็ตามที มันต้องเชื่อฟังไม่ว่าจะมีอะไรมาทำให้วอกแวกก็แล้วแต่ จงจำไว้ว่าน้ำเสียงและน้ำหนักเสียงของคุณ (ต้องไม่ดังลั่น) จะมีอิทธิพลต่อสุนัขเป็นส่วนใหญ่ต้องพูดระหว่างฝึกจำกัดคำสั่ง มันเป็นการดีที่สุดถ้าจะมีผู้ฝึกสุนัขเพียงคนคนเดียวคนอื่นๆ อาจใช้คำสั่งแตกต่างกันออกไป วิธีฝึกก็ต่างไปซึ่งอาจทำให้สุนัขสับสนได้ สุนัขที่ได้ยินคำสั่งประเภท "มานี่" "มาหาหน่อย" "เร็วๆ เข้า" หรือคำสั่งใดทำนองนี้ แต่มีความต้องการเดียวกันคือให้มันมาหา ถ้าคุณใช้คำสั่งมากมายขนาดนี้ มันจะสับสนมาก ให้ใช้คำไหนคำนั้นดีที่สุด


บทเรียนที่ใช้ฝึก
การฝึกเป็นงานหนักทั้งสุนัขและผู้ฝึก สุนัขเล็กๆ ใช้เวลาในการฝึกช่วงหนึ่งได้ไม่เกิน 10 นาที ก็จะไม่อยากฝึกต่อ ดังนั้นควรจำกัดอย่าให้บทเรียนบทแรกยาวเกินไปนัก แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มเวลาไปเป็นระยะจนกระทั่งถึง 30 นาที

คุณเองก็อาจพบได้ว่าตัวคุณก็เริ่มหมดความอดทนเหมือนกันเมื่อใกล้ๆ จะหมดเวลาฝึก เมื่อคุณรู้สึกว่าอารมณ์ไม่ดีให้หยุดฝึกและใช้เวลาที่เหลืออยู่ทบทวนบทเรียนเก่าๆ ไปก่อน และก่อนหรือหลังบทเรียนควรมีช่วงพักเล่นด้วยแต่ไม่ใช่เล่นระหว่างเรียน แม้แต่สุนัขที่เด็กที่สุดก็จะเรียนรู้ได้เองว่าเวลาที่ต้องเรียนนั้นเป็นช่วงที่ต้องเคร่งเครียดจริงจังส่วนความสนุกจะตามมาหลังจากนี้
อย่าใช้เวลาในการฝึกช่วงแรกๆ มากนัก มิฉะนั้นสุนัขจะเบื่อ พยายามจบบทเรียนในช่วงดีๆ ถ้าหากสุนัขไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการนั้นเป็นเพราะคุณไม่สามารถทำให้มันจดจำได้ดีพอ


เครื่องมือในการฝึก
1. เชือกที่ใช้ในการจูงสุนัข ใช้เรียกกันอย่างแพร่หลายว่า "ตัวนำ" ดังนั้นเราจะใช้คำนี้แทน ตัวนำที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกนั้น เป็นผ้าทอหรือสาน ยาว 6 ฟุต ส่วนใหญ่ใช้สีทึมๆ มอๆ หรือจะใช้เป็นหนังขนาดเท่ากันหรือจะใช้แบบเป็นสีสันก็มีใช้กันอยู่บ้างแต่คุณจะเลือก
2. ต้องใช้ปลอกคอฝึกสุนัขควบคู่ไปด้วยปลอกคอฝึกส่วนใหญ่ทำด้วยไนล่อนหรือโซ่เหล็ก ซึ่งมีห่วงติดอยู่ที่ปลายทั้งสองข้าง แล้วใช้ตัวนำคล้องกับปลายห่วงทั้งสองข้าง ใช้ผ่อนหรือดึงบังคับสุนัข แม้ว่าจะฟังดูน่าตกใจแต่มันก็ไม่ได้ทำให้สุนัขของคุณเจ็บปวดแต่อย่างใดและมันก็จะต้องใช้ในการฝึกด้วยควรฝึกวิธีการใช้ปลอกคอให้ถูก ปลอกคอฝึกควรจะใส่รอบคอสุนัขเพื่อคุณจะสามารถล่ามตัวนำกับห่วงตรงปลายปลอกคอ อย่าใส่ห่วงใต้คอ มันเป็นสิ่งสำคัญในการใส่ปลอกคอฝึกให้ถูก มันจะได้แน่นเวลาคุณดึงตัวนำและง่ายเวลาคุณผ่อนหรือไม่ได้รั้งตัวนำ
3. วิธีในการจับตัวนำ ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ขณะที่ปลอกคอควรจะหย่อนอยู่ตลอดเวลานอกจากเวลาดึงจับวงเชือกไว้ด้วยมือขวา ไขว้มือไปด้านข้าง ส่วนมือซ้ายจับตัวนำไว้ให้ใกล้ปลอกคอฝึกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนที่เหลือของตัวนำก็จะขมวดเป็นวงได้ (ที่คุณถือด้วยมือขวา) แนบแขนข้างนี้กับลำตัว การผ่อนดึงคลายทุกอย่างทำด้วยมือซ้ายด้วยการกระตุกตัวนำไปในทางที่คุณต้องการ


การตาม
"การตาม" เป็นศัพท์สำหรับสุนัขที่หมายความว่า ให้สุนัขเดินไปด้านข้างของคุณชิดกับขาคุณ มีตัวนำด้วยหรือไม่มีก็ได้ ถ้าคุณอดทนและพยายามพอคุณสามารถฝึกสุนัขให้เดินเคียงข้างคุณได้ในถนนแออัด หรือผ่านสุนัขตัวอื่นๆ ได้อย่างดี ถึงตอนนี้ คุณก็ได้เรียนรู้ถึงวิธีการใส่ปลอกคอการใช้ตัวนำแล้ว คุณก็พร้อมที่จะเริ่มบทเรียนแรกในการฝึกการตาม ให้สุนัขนั่งอยู่ด้านซ้าย เรียกชื่อและใช้คำสั่ง "ตาม" เริ่มก้าวเท้าซ้ายของคุณ ดึงตัวนำเล็กน้อยเพื่อให้สุนัขได้เริ่ม ต้องเรียกชื่อมันก่อนเสมอแล้วตามด้วยคำสั่ง เช่น "จิมมี่ตาม" การเอ่ยชื่อจะช่วยให้มันสนใจมากขึ้น ทำให้มันได้รู้ว่าคุณกำลังออกคำสั่งให้มันทำตาม


ให้เดินอย่างกระฉับกระเฉงแต่ละก้าว เดินเป็นวงกลมใหญ่ หรือเดินไปเป็นสี่เหลี่ยมหรือเส้นตรงก็ได้ ขณะที่เดินแน่ใจว่าสุนัขของคุณอยู่ข้างซ้ายและอยู่ชิดขาของคุณเสมอ ถ้ามันเดินล้าหลังคุณให้กระตุกตัวนำเบาๆ ให้มันเดินให้ทันคุณแล้วก็ชมมันว่าดีแล้วที่ทำอย่างนี้ ถ้ามันเดินไปนำหน้าคุณหรือออกห่างไป

ให้คุณหยุดพร้อมกระตุกตัวนำอย่างแรงดึงมันกลับแล้วก็ชมมันว่าดีแล้วที่ทำอย่างนี้ ควรชมมันทุกครั้งที่มันเดินถูกที่ถูกทาง ทันทีที่คุณกระตุกตัวนำเพื่อให้สุนัขคุณอยู่ที่ก็ผ่อนสายตัวนำเพื่อให้สุนัขคุณอยู่ถูกที่ก็ผ่อนสายตัวนำไปด้วย อย่าลากสุนัขหรือดึงตัวนำเพราะจะเกิดการดึงกันไปดึงกันมาซึ่งไม่เป็นผลดีเลย


เพื่อให้สุนัขตั้งอกตั้งใจฝึกต้องพูดกับมันขณะที่คุณให้มันกลับมาถูกที่คุณควรจะมีการฝึกเดินหันหลังกลับด้วยการกระตุกตัวนำเบาๆ ขณะที่คุณหมุนตัวด้วย มันจะเรียนรูไปทีละนิดละหน่อยว่ามันต้องตั้งอกตั้งใน หรือจะถูกกระตุกให้กลับมาอยู่เคียงข้างตัวคุณและคุณสามารถเปลี่ยนวิธีการไปได้เรื่อยๆ โดยการเปลี่ยนความเร็วบ้าง หันหลังกลับ เดินตรง หรือว่าเดิน ซิกแซ๊ก ข้ามสนามที่ใช้ฝึก เป็นต้น


"ตาม" หมายถึง "นั่ง" ด้วย
สำหรับสุนัขแล้ว จะหมายถึงมันต้องนั่งอยู่ข้างซ้ายของคุณด้วย เมื่อคุณหยุดโดยไม่มีคำสั่งอะไรเพิ่มขณะที่คุณฝึกให้ตามให้มันนั่งเมื่อคุณหยุด ครั้งแรกใช้คำสั่งว่านั่ง แต่ต่อไปไม่ต้องออกคำสั่งอีก มันจะนึกรู้และจะนั่งได้เองเมื่อคุณหยุด และจะคอยคำสั่ง "ตาม" ใหม่เพื่อจะลุกเดินอีกครั้ง


การฝึกให้นั่ง
การฝึกสุนัขให้นั่งค่อนข้างง่ายโดยให้มันยืนอยู่ข้างซ้ายมือ ให้ถือตัวนำค่อนข้างสั้น แล้วออกคำสั่งว่า "นั่ง" ขณะออกคำสั่งให้ดึงตัวนำขึ้นพร้อมกดช่วงหลังของสุนัขลง แต่อย่าให้มันลงไปหมอบหรือยืนขึ้น ถ้ามันหมอบให้กระตุกตัวนำขึ้น จนกระทั่งมันลุกขึ้นแล้วนั่ง ถ้ามันทำตามคำสั่งช้าๆ ให้ดึงมันอย่างแรงจนกระทั่งมันทำตามความต้องการของเรา

ให้มันอยู่ในท่านั่งสักชั่วขณะแล้วค่อยผ่อนความตึงของตัวนำพร้อมกับชมมันด้วย ทวนคำสั่งอย่างหนักแน่นในขณะที่คุณจูงมันในท่านั่งย้ำเพื่อให้มันจำคำสั่งได้ขึ้นใจ ถ้าหากมันเคลื่อนที่ละก็ให้ทวนคำสั่งอีกครั้งแล้วให้มันนั่งลง หลังจากนั้นมันก็จะนึกรู้และนั่งลงไปเองโดยไม่ต้องกดหลังมันอีก เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วแสดงว่ามันจะนั่งเองได้ ชมเชยมันบ่อยๆ ให้รางวัลโดยการกระทำกับมันอย่างอ่อนโยน และชมเชยมันบ่อยๆ ด้วยคำพูดที่นุ่มนวล


หมอบลงหรือหมอบ
จุดประสงค์ของตอนนี้ คือ ทำให้สุนัขหมอบลงกับคำสั่ง "หมอบ" หรือเมื่อคุณออกคำสั่งด้วยมือ ให้คุณยกมือขึ้นไปมาข้างหน้าพลิกโบกฝ่ามือลงอย่างไรก็ตามคุณต้องทำไปจนกว่า สุนัขจะเข้าใจความหมายของคำสั่ง และจะทำได้เองโดยไม่ต้องมีปฏิกิริยากึ่งบังคับจากคุณ สัญญาณมือควรจะทำควบคู่ไปกับการออกคำสั่ง

คำสั่งนี้อาจจะยากไปหน่อยในช่วงแรกเพราะมันรู้สึกเหมือนคุณยกมือเพื่อจะทำร้ายมัน และมันป้องกันตัวเองไม่ได้อาจจะวิ่งเตลิดไปก็ได้ ให้เอาใจมันด้วยคำชมและทำกับมันดีๆ เมื่อมันทำตามคำสั่งแล้วมันจะเรียนรู้ไปเองว่าไม่มีอะไรที่เลวร้ายเกิดขึ้น ในทางกลับกันมันจะรู้จักคำสั่งว่า "หมอบ" แล้วถ้ามันทำตามแล้วนายจะพอใจ


อย่าเริ่มฝึกให้สุนัขหมอบลงจนกระทั่งมันจะเข้าใจคำสั่งนั่งได้อย่างดีเสียก่อน ให้สุนัขอยู่ในท่านั่งและคุณคุกเข่าอยู่ตรงหน้ามัน ยกขาหน้าของมันด้วยมือแต่ละข้างของคุณ จับตรงเหนือข้อศอก ยกขามันขึ้นแล้วดึงลงมานั่งติดพื้นข้างหน้า ในขณะเดียวกันก็ออกคำสั่ง "หมอบ" แล้วดึงขาหน้ามันมาติดพื้น


ดึงมันลงมาที่พื้น และทำให้มันรู้ว่าท่านี้เป็นท่าที่คุณต้องการให้มันทำ วิธีนี้ดีกว่าจะไปบังคับให้มันทำ มิฉะนั้น จะทำให้มันรู้สึกตกใจและเริ่มจะไม่ชอบการฝึกใดๆ เลย หมั่นพูดคุยกับมัน บอกให้มันรู้ว่าคุณดีใจ พอใจ เวลาที่มันทำตามคำสั่ง แล้วคุณจะพบว่าคุณมีความสุขกับการฝึกสุนัข
หลังจากที่มันเริ่มเรียนรู้ เลื่อนตัวนำไปอยู่ใต้เท้าซ้ายและออกคำสั่ง "หมอบ" ในขณะเดียวกัน ดึงตัวนำด้วยจะช่วยให้สุนัขหมอบลง

ช่วงนี้ยกมือคุณแล้วโบกลงให้สัญญาณมืออีกครั้งอย่างหวังว่ามันจะสามารถทำได้ด้วยคำสั่งเพียงครั้งเดียว จงอดทนฝึกกับมันเรื่อยๆ มันก็จะร่วมมือด้วย ถ้าคุณแสดงให้มันเห็นว่าอะไรบ้างที่คุณอยากให้มันทำอยู่นิ่งๆ


ขั้นต่อไปคือการฝึกสุนัขให้อยู่นิ่งๆ ในท่านั่งหรือหมอบ เหมือนกับครั้งก่อนโดยใช้ตัวนำ สอนคำสั่งนี้จนกระทั่งสุนัขของคุณตอบรับคำสั่งด้วยการทำตามคำสั่งแล้วจึงนำเอาตัวนั่งออกการเริ่มด้วยการนั่งนิ่งๆ จัดให้สุนัขอยู่ในท่านั่งข้างคุณในท่านั่งแนบขาโดยอัตโนมัติ ถือเชือกในมือข้างหนึ่ง (ส่วนใหญ่ ผู้ฝึกชอบถือมือซ้าย) ก้าวไปข้างหน้าแล้วหันมาหามันยื่นออก นิ้วชี้ไปที่ช่วงจมูกของมันแล้วสั่งมันว่า "อยู่นิ่ง" ถ้ามันทำท่าจะเดินตามคุณ เนื่องจากเป็นธรรมชาติของมันที่จะทำ เพราะมันอยู่ในท่าที่จะตามกระตุกตัวนำ

ให้กระตุกตัวนำเพื่อให้มันนั่งกลับมานั่งก่อน ยกมือมาไว้ข้างหน้ามันแล้วทวนคำสั่งอย่างหนักแน่นอีกครั้ง ให้มันอยู่ในท่านั่งนั้นสัก 2-3 วินาที ก่อนจะให้มันลงมือปฏิบัติการ อย่างอื่น แต่ละครั้งที่คุณทำสำเร็จต้องกล่าวชมมันเรื่อยๆ แสดงให้มันเห็นว่าคุณพอใจกับมันด้วย


ทวนวิธีนี้อีกครั้งจนกระทั่งสุนัขของคุณทำเหมือนกับว่ามันเข้าใจว่าคุณจะให้มันทำอะไร เมื่อมันได้เรียนรู้ตลอดกระบวนการแล้ว เดินออกมาทางขวาของสุนัข แล้วไปข้างหลังก้าวอีกสองก้าวไปข้างหน้า อีกสองสามก้าวไปด้านข้างเรื่อยๆ จนกระทั่งคุณไปจนสุดสายเชือก ครั้งใดที่สุนัขจะออกตามคุณ

สะบัดเชือกยื่นแขนออกโบกมือลงแล้วออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด เมื่อมันแสดงให้เห็นถึงความเต็มใจที่จะอยู่ในท่าที่ถูก ขณะที่คุณเดินออกไปสุดเชือก นั่นหมายถึงคุณพร้อมที่จะฝึกมันต่อไปอีกให้อยู่ในท่าเดิม โดยใช้เชือกยาวกว่าเดิม (ราวๆ 25-30 ฟุต) แล้วท้ายสุดให้ฝึกโดยการเอาเชือกออก

ครั้งแรกๆ ที่เรียนรู้การนั่งนิ่งๆ คุณสามารถที่จะสอนหมอบนิ่งๆ โดยเริ่มคำสั่งด้วยคำว่า "หมอบ" ก่อนแล้วฝึกโดยใช้วิธีเดียวกับฝึกนั่งนิ่งๆ


คำสั่ง "มานี่"
คุณสามารถฝึกสุนัขให้มาหาคุณเมื่อคุณเรียก ถ้าคุณเริ่มต้นกับมัน ตั้งแต่มันยังเด็กๆ แรกเริ่ม ฝึกสอนล่ามตัวนำอยู่ให้สุนัขนั่ง แล้วย้อนเชือกกลับมาพร้อมเรียกชื่อมัน ให้เรียกด้วยน้ำเสียงที่ปลอบโยนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดึงตัวนำนิดหน่อยเพื่อให้มันเริ่ม เมื่อมันเดินมาให้ส่งเสียงชมมันดังๆ หรืออาจใช้อีกวิธีโดยการให้ขนมสำหรับสุนัขหรือผลไม้เป็นรางวัล มันจะนึกรู้ทันที คุณอาจจะเดินออกมาจนสุดตัวนำแล้วเรียกเช่นกัน เช่น จิมมี่…มานี่

วิ่งไปสองสามก้าวแล้วหยุดให้มันมานั่งตรงหน้า ไม่ต้องอยากฝึกคำสั่งโดยไม่มีตัวนำ เพราะแรกๆ มันอาจจะคิดว่ามันไม่ต้องเชื่อฟังคำสั่งคุณอีกแล้วก็ได้ และมันก็วิ่งหนีไป โปรแกรมการฝึกของคุณก็