การผสมพันธุ์สุนัข

ารผสมพันธุ์สุนัข

สุนัขตัวผู้พร้อมที่จะเป็นพ่อพันธุ์เมื่ออายุได้เกิน 1 ปี เทียบกับคนก็อายุ 15 ปี แต่โดยมาก ควรจะรอให้สุนัข โตเต็มที่เสียก่อน คือมีอายุประมาณ 2 ปี จึงจะมีสุขภาพแข็งแรง ระบบสืบพันธุ์ และน้ำเชื้อสมบูรณ์เต็มท

ี่ เหมาะแก่การผสมพันธุ์ ส่วนสุนัขตัวเมีย ตามปกติจะมีระยะ "เป็นสัด" 2 ครั้งต่อปี โดยเริ่มครั้งแรก เมื่อ อายุประมาณ 1 ปีเช่นกัน สุนัขสาวที่เป็นสัดครั้งแรก ไม่ควรนำมาผสม เพราะร่างกายยังไม่พัฒนาเต็มที่ ควรรอจนอายุ 2 ปี หรือรอบสัดที่ 3 จึงจะสมบูรณ์พร้อมสำหรับการผสมพันธุ์

การทำคลอดสุนัข

กำหนดคลอดของแม่สุนัขอยู่ในราว 60-63 วัน หลังจากการผสมพันธุ์การเตรียมจัดที่คลอด จะต้องทำล่วงหน้าการให้ ความอบอุ่น แก่ลูกสุนัข ขณะคลอดและหลังคลอด 2-3 วัน

นับว่าสำคัญในอนาคตของลูกสุนัขมาก ลูกสุนัขได้รับอุณหภูมิจาก แม่ของมัน ด้วยความร้อน 101.4 องศาฟาเรนไฮ คือ เท่ากับอุณหภูมิของโลกภายนอก ดังนั้นอาหาร ที่จะให้ แม่มันในวันแรก ๆ ควร จะต้องเป็นอาหาร ที่ก่อให้เกิดความร้อนในตัวมันเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องให้อาหารประเภทบำรุง ความเติบโต

แต่อย่างใด อย่างน้อย อุณหภูมิขณะคลอดและหลังคลอด 48 ชั่วโมง ควรจะเป็น 105 องศาฟาเรนไฮแต่จากนั้นจะลด น้อยลงเรื่อย จนถึงปลายสัปดาห์ แรกลูกสุนัขจะมีอุณหภูมิปกติและมีความสมบูรณ์ ที่คลอดนั้นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือต้องเป็นที่เงียบ อย่าให้มีสุนัขรบกวนได้

สำหรับที่นอนของมัน

ลูกสุนัขนั้นควรเป็นหีบไม้แข็งแรง กว้างใหญ่พอเหมาะแก่จำนวน ลูกสุนัข แต่ถ้าหากเป็นคอกเล็ก ๆ จะใช้หีบขาตะแคง ก็เหมาะดีเหมือนกัน ถ้าใช้ชนิดหีบปิดฝาปิดจะ ต้องปิดเปิดได้คล่อง ๆ

พื้นที่นอนคลอด

ควรปูด้วยกระสอบที่สะอาดหรือวัตถุอื่นซึ่งเวลาไม่ต้องการใช้จะได้ ทำลายเสียเลย โดยปกติแม่สุนัขมักจะชอบกัด แทะเครื่องปูนอน เหล่านี้เพื่อปรับปรุงที่นอนของมัน ฉะนั้นควรให้แม่สุนัขคุ้นเคยกับที่นอนของมันสัก 1-2 สัปดาห์

ก่อนวันคลอด การออกกำลังให้สุนัข

ขณะมีครรภ์นับว่าสำคัญมากจะละเลยเสียมิได้จนกระทั่งถึงสัปดาห์สุดท้าย แม้ตัวมันจะหนักอุ้ยอ้ายสักเพียงไร ก็ควรให้เดิน ในระยะใกล้ ๆ และที่เงียบ ๆ ควรให้เล่นกับสุนัขอื่น ๆ บ้างเป็นครั้งคราวยิ่งใกล้วันคลอดแม่สุนัขจะเริ่มจัดรังนอน ของมันด้วยการ กัดสิ่งของที่มันพบอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ฉะนั้นหากจะใช้ผ้าห่มดี ๆ แล้วไม่ควรให้มันในระยะนี้

อาการแสดงว่าจะคลอดนั้นคือ

ระยะที่ 1 ช่องคลอดจะบวมโตและนุ่มจะมีเมือกลื่น ๆ ไหลออกมา สุนัขจะไม่ยอมกินอาหาร และแสดงว่าจะคลอด อาการเช่นนี้จะมาก่อน การคลอดจริงราว ๆ 24 ชั่วโมง

ระยะที่ 2 เมื่อการคลอดจะสำเร็จผลก็ต่อเมื่อมดลูกทำการบีบรัดตัวและบีบลูกสุนัขให้ผ่านจากช่อง คลอดออกมา ขณะนี้แม่สุนัข จะรู้สึกเจ็บปวดยิ่งขึ้นและร้องครวญคราง อาจเป็นเสียงดังหรือเสียง แหลมเป็นระยะ ๆ และก็ดังยิ่งขึ้น ในไม่ช้าก็จะมีแมือกลื่น ๆ ไหลออกจากช่องคลอด ตามธรรมดา ลูกสุนัขจะโผล่หัวและขาหน้าก่อน แต่ก็มีบ่อยที่หางออกก่อน โดยปราศจากความลำบาก เว้นแต่จะเป็น ลูกสุนัขนั้นหัวโต

การคลอดในลักษณะอย่างนี้จะทำให้เจ็บปวดและยุ่งยาก ขณะที่หัวสุนัขโผล่ออกมา นั้นเองแม่สุนัขจะได้รับความเจ็บปวดและร้องดัง ตามธรรมดาลูกสุนัขขณะคลอดจะถูกหุ้มอยู่ในถุง เยื่อเหนียว ๆ ซึ่งแม่สุนัขจะกัด เลียเพื่อแยกให้ลูกออกมา แต่ถ้าหากมันทำเองไม่สำเร็จ ผู้พยาบาล ต้องคอยช่วยเหลือมันทันที

มิฉะนั้นลูกสุนัขจะตาย ลูกสุนัขขณะคลอดออกมาจะยังคงถูกล่ามกับแม่ของมันโดยสายสะดือ ซึ่งติดต่อไปยังรก และรก นี้ก็ออกมาจากช่องคลอดของแม่สุนัข หลังจากลูกสุนัขได้คลอดออกมาแล้ว รกนี้แม่สุนัขจะกินทันที และขบไต่ไปตามสายสะดือ จนกระทั่งเกือบถึงสะดือของลูกสุนัข ถ้าหากแม่สุนัขไม่ทำเช่นนั้นผู้พยาบาล จะต้องรีบตัดสายสะดือให้ห่างสายสะดือของลูกสุนัข 1 คืบด้วยกรรไกรที่สะอาด แล้วมัดด้วยด้าย เหนียว ๆ

สายสะดือที่แห้งจะหลุดออกมาพร้อมกับด้ายที่มัดภายในไม่กี่วัน ต่อจากนั้น แม่สุนัขก็จะเข้าเลีย ลูกของมันให้แห้ง และในขณะนี้เอง ลูกสุนัขตัวที่อยู่ในท้องก็จะ เคลื่อนออกมา แม่สุนัขก็จะจัดการกับลูกสุนัข เช่นเดียวกับวิธีการ ที่กล่าวมาแล้วจนกระทั่งคลอดเป็น ตัวสุดท้าย บางครั้งลูกสุนัขคลอดมาเร็วมากแม่ของมันไม่ทันที่จะมีเวลา เลียลูกตัวที่ออกก่อนให้แห้ง ถ้าเป็นเช่นนี้ ผู้พยาบาลต้องใช้ผ้าเช็ดตัวอุ่น ๆ เช็ดให้แห้งแล้วนำไปไว้เสียอีกมุมหนึ่ง

อย่างไรก็ดีจะ ปล่อยให้ลูกสุนัข ให้เปียกชื้น และหนาวสั่นย่อมเป็นอันตราย ระหว่างคลอดหากแม่สุนัขแสดงอาการ อ่อนเพลีย ควรจะให้นมอุ่น ๆ แก่แม่สุนัขสักหน่อย ในระหว่างที่คลอดลูกยังไม่หมด และเมื่อคลอด หมดแล้ว ก็ควรให้ต่อไปอีกสักถ้วยแล้วจึงปล่อยให้มันนอน กับลูกสัก1-2 ชั่วโมง หลังจากนี้จึงควร ให้ทั้งลูกและเม่สุนัขขึ้นนอนในที่ ๆ มีความอบอุ่นและสงบเงียบ

การดูแลบำรุงเลี้ยง

สัก2-3ชั่วโมงต่อมา แม่สุนัขก็จะออกจากที่นอนมาถ่ายมูล ขณะนี้ควรให้อาหารน้ำอุ่น ๆแก่มัน ขณะนี้ แม่สุนัขย่อมอยู่ใน อาการที่ธาตุไม่ปกติ ในระหว่างที่ต้องทำการคลอดลูก และถ้าหากมันกินรกเข้าไปด้วย นักเพาะเลี้ยงสุนัขบางท่านไม่ยอมให้แม่สุนัข กินรกหรือเครื่องในของมันเอง แต่ก็ต้องถือว่าเป็นสัญชาติ ญาณของสัตว์อย่างหนึ่ง แต่ในการที่มันได้กินอวัยวะภายในสด ๆ ของตัวมันเองเข้าไปเช่นนั้นก็ย่อมได้ รับฮอร์โมนหรือน้ำสกัดของชีวิต

การดูแลภายหลังการคลอด

หลังการคลอดสัก 2-3ชั่วโมง แม่สุนัขควรได้รับการเอาใจและควรให้ได้กินอาหารเหลว ๆ อุ่น ๆ ถ้ามัน กินรกเข้าไป ย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองที่ท้องของมันจะไม่เป็นปกติในระหว่าง2-3วันแรกหลังการคลอด มูลที่ถ่ายออกมาจะมีสีดำคล้ายน้ำมันดิน ทั้งนี้เนื่องจากโลหิตที่กินเข้าไป ในระยะวันหรือสองวันแรก ควรสังเกตแม่สุนัขให้ดี เพราะว่าลูกสุนัขยังค้างอยู่ในท้องหรือไม่ ตามที่ ทราบกันมาอาจเป็นเช่นนั้นได้

ถ้าหากเป็นเช่นนั้นก็จะสังเกตได้ว่า แม่สุนัขจะพยายามเบ่งเหมือนเมื่อทำการคลอดใหม่ ๆ ในกรณี เช่นนี้ให้ไปตามสัตวแพทย์มาทำการผ่าตัดโดยด่วน ผู้ที่มีความชำนาญอาจใช้นิ้วมือที่ชุบยาฆ่าเชื้อแล้วล้วง เข้าไปในช่องคลอด เพื่อทำการตรวจสอบอย่างระมัดระวัง หากเห็นว่ามีอะไรผิดปกติจะเรียกสัตวแพทย์ มาทำการผ่าตัดโดยไม่ชักช้า บางทีอาจมี อุปสรรคอันร้ายแรงเนื่องจากตำแหน่งที่ลูกสุนัขติดอยู่นั้นจำ เป็นต้องทำการผ่าตัดเอาออกทันที ในกรณีนี้ การชักช้า อยู่นานเท่าไร

ก็เป็นอันตรายมากเท่านั้นเป็นธรรมดาที่แม่สุนัขจะมีโลหิตออกมาเปื้อนเปรอะอยู่เป็นเวลาหลายวันหลังการคลอดแล้ว มันจะค่อย ๆ จางลง ๆ และจะหยุดในปลายสัปดาห์ที่1หรือ2 ตามธรรมดาอุณหภูมิ(ปรอท) จะขึ้นสูงหนึ่งดีกรีหรือ ราว ๆ นั้นหลังคลอดแล้ว มันควรจะกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติในราว 8 ชั่วโมง ต่อมาถ้ามีไข้ขึ้นสูงก็จะแสดง ให้ทราบว่า มีอะไรผิดปกติและต้องคอยตรวจ สอบดูแลโดยไม่ชักช้า

การคลอดผิดปกติ

คำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับการคลอดที่ไม่ปกติผิดไปจากธรรมดาก็ควรพบให้สัตวแพทย์ช่วยโดยด่วน ความลำบาก ในการคลอด อาจเป็นด้วยว่าลูกสุนัขอยู่ในท่าผิดปกติเนื่องจากความอ่อนแอ การหดตัวของมดลูก หรือรูปร่างของแม่สุนัข ผิดส่วนสัด และอาการเหล่านี้ผู้สมัครเล่นไม่อาจจะแก้ให้หายได้ การกระทำง่าย ๆ บางทีอาจจะทำให้ลูกสุนัขออกมาได้ แต่อย่างไรก็ดีในเรื่องนี้จำเป็นต้องมีความรู้

เกี่ยวกับกายวิภาควิทยาและมีความชำนาญในการตรวจ รู้ได้ว่าอะไรผิดปกติ และสามารถแก้ไขให้ดีได้ หลักสำคัญยิ่งในการคลอดก็คือให้ตามสัตวแพทย์ ถ้าแม่สุนัขทำการเบ่งจนอ่อนกำลังลง (มีอาการ หอบเบ่ง) มาเป็นเวลาถึง 3ชั่วโมงแล้ว ลูกสุนัขยังไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าถุงเยื่อหุ้มโผล่มา และแตกไปแล้ว อาการเช่นนี้ ควรจัดการโดยด่วน ไม่ว่าเป็นการคลอดลูกสุนัขตัวแรกหรือตัวอื่นถัดไป ก็ตาม

การทอดระยะออกของลูกสุนัขจะห่างกันราว 15 ถึง 30 นาที แต่อาจจะ ออกถี่กว่านี้ก็ได้ การดูแลระหว่างคลอด ควรจะสังเกตดูด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างดีถ้าผิดปกติควรให้ไปตาม หมอสัตวแพทย์ ทันที ซึ่งเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการที่จะหลีกเลี่ยงการสูญเสียแม่สุนัขที่ดีไป